ต้นคริสต์มาส ไม้ประดับดูดสารพิษที่พระเจ้าประทาน

กรุงเทพของเรามีปัญหาเรื่องมลพิษอันดับต้นของโลก ไม่น่าดีใจเลย!! ทำให้นึกถึง ไม้ประดับสีสันสดใส ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยในช่วงใกล้คริสต์มาสนี้ ต้น พอยน์เซตเทีย มีใบอ่อนด้านบนของต้นจะมีสีแดงสดในช่วงฤดูหนาว กินระยะเวลาระหว่างปลายปีถึงต้นปีซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดี ทำให้เรียกกันติดปากกันทั่วไปว่า ต้นคริสต์มาส ข้อดีของพอยน์เซตเทีย อีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษ ได้รับความนิยมปลูกกันโดยปกติ

 

ความโดดเด่นของต้นคริสต์มาสอยู่ที่ใบด้านบนมีสีแดงสด ส่วนใบล่างมีสีเขียว ใบเป็นหยัก 3-4 หยัก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลางสูงได้ถึง 3 เมตร แตกกิ่งค่อนข้างชี้ตั้งขึ้นเป็นพุ่มแน่น ลำต้นอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ดอกออกเป็นช่อที่บริเวณปลายยอดมีสีแดง ช่อดอกล้อมรอบด้วยใบประดับรูปใบหอกมีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง ซึ่งอันที่จริงดอกที่เราเห็นอยู่นั้นก็คือใบประดับที่เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีต่างๆ นั้นเอง

ต้น พอยน์เซตเทีย สามารถขึ้นได้ดีในอากาศบ้านเรา เมื่อต้นยังเล็กสามารถนำมาปลูกลงกระถางเพื่อใช้ประดับได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เมื่อหมดเทศกาลคริสต์มาสนำปลูกลงดิน ก็จะเติบโตเป็นไม้พุ่มและยังคงมีใบสีแดงแต่อาจไม่สวยงามเท่ากับการปลูกในกระถาง ประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษในอากาศอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง

     การดูแล เป็นพรรณไม้ที่ปลูกที่แสงแดดกึ่งร่ม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั้งกลางแจ้งและปลูกเป็นไม้กระถางภายในอาคาร ชอบน้ำปานกลาง ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบๆ โคนต้นเดือนละครั้ง

 

ต้นวันคริสต์มาสหรือชื่อเต็ม คือ ต้นพอยน์เซตเทีย (Poinsettia) ไม้ประดับในเชื้อสายตันสนกับโป๊ยเซียน ใบส่วนบนสามารถเปลี่ยนสีได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งสีที่ได้จะขึ้นกับสายพันธุ์ มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีขาว รวมทั้ง สีชมพูอีกด้วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่เปลี่ยนสีได้ตอนราวๆเดือนตุลาคม-มีนาคม

เพียงช่วงเวลานี้แค่นั้น ส่วนในระยะเวลาอื่นยิ่งกว่านั้นก็จะมีใบสีเขียวตามธรรมชาติ ไม้ที่มีพันธุ์นี้ ไม่ต้องดูแลมากมาย และก็ยังช่วยขัดกรองอากาศ ดูดพิษ ก็เลยได้รับความนิยมปลูกกันโดยปกติ โดยจะปลูกลงกระถางตกแต่งไว้ในห้อง หรือ ปลูกลงดินในสวนก็ได้ด้วยเหมือนกัน

 

การปลูกต้นพอยน์เซตเทีย

ปลูกต้น พอยน์เซตเทีย ลงกระถาง เหมาะแก่การมอบให้เป็นของขวัญได้ดี พอยน์เซตเทีย ตกแต่งโต๊ะอาหารก็ได้ ตั้งไว้ในร่มก็ช่วยฟอกอากาศได้ ต้นพอยน์เซตเทีย ชอบดินร่วนซุย โดยให้ผสมดินร่วน 2 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน (ใช้ไร่เทพแทนได้นะค๊าาาบ) แล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก หรือ หากต้องการเพาะพันธุ์เพิ่มก็สามารถใช้วิธีตัดกิ่งปักชำได้ อุณหภูมิควรอยู่ที่ 16 -20 องศาเซลเซียส ให้ตั้งอยู่ในที่มีแดดรำไร หากแดดจัดใบจะไม่เปลี่ยนสี ให้รดน้ำลงดินให้พอชุ่มปานกลาง หลีกเลี่ยงการรดน้ำบนใบเพราะทำให้ขังบริเวณใบทำให้เน่าได้ และใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรอบโคนต้น 1 ครั้ง/ เดือน