ข้าวญี่ปุ่นแบบอินทรีย์..ขายได้ราคาดีกว่า

คนส่วนใหญ่อาจไม่ทราบว่าเมืองไทยปลูกข้าวญี่ปุ่นมาเกือบ 60 ปีแล้ว แหล่งใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเชียงราย พะเยา เชียงใหม่ และลำพูน มีศักยภาพที่จะเพิ่มผลผลิตให้สามารถรองรับความต้องการได้ ที่น่าสนใจก็คือ จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้นตาม ราคาล่าสุดที่ผ่านมา ข้าวเปลือกญี่ปุ่นขายได้ตันละ 9,000-12,000 บาท ซึ่งถือเป็นข้าวพรีเมียมที่ความต้องการสูง ตามความต้องการของผู้บริโภคประมาณ 95% ของผลผลิตในไทยกระจายขายให้ร้านอาหารญี่ปุ่น เช่น ร้านอาหารฟูจิ ดังนั้นในอนาคตหากการขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นออกไปสู่ประเทศในแถบประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ประเทศไทย ก็จำเป็นต้องเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อการขยายตัวของความต้องการ

“การนำเข้าข้าวญี่ปุ่นจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น มีราคานำเข้าสูงกว่าข้าวญี่ปุ่นที่ผลิตได้ในประเทศ ผู้ประกอบการจึงเลือกซื้อข้าวญี่ปุ่นที่ปลูกในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการเมล็ดข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีมากขึ้นตามไปด้วย”

ปัญหาการผลิตข้าวญี่ปุ่นในประเทศไทย คือการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ต้องปรับปรุงพันธุ์ให้ทนต่อโรคและแมลง มีปัจจัยการผลิตสูง และขาดแคลนแรงงาน ไร่เทพจึงส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดี มีความบริสุทธิ์ตรงตามพันธุ์ให้เพียงพอกับความต้องการ ปรับปรุงพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทย มีความต้านทานโรคและแมลง และมีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการพร้อม และการฉีดพ่นด้วยอาหารเสริมพืช ตราไร่เทพ จะทำให้ข้าวมีอัตราการเจริญเติบโตดี มีความอุดมสมบูรณ์สูง ต้านทานต่อโรคและแมลง และทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพดี จะช่วยลดต้นทุน มีมาตรฐานในการผลิต คุณภาพผลผลิต โดยไร่เทพแนะนำการปลูกข้าวญี่ปุ่น ในระบบการผลิตแบบอินทรีย์ (Organic) เพื่อยกระดับข้าวญี่ปุ่นเตรียมรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน (AEC)

การปลูกข้าวญี่ปุ่นวิธีต่างๆ

  •  หว่านน้ำตม

การปลูกข้าวญี่ปุ่นโดยวิธีหว่านน้้ำตม มีผู้ประกอบการบางรายเท่านั้นที่ ให้เกษตรกรปลุกโดยวิธีนี้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องข้าวพันธุ์อื่นปนในแปลงปลูกมาก ทำให้ข้าวเปลือกที่ได้ คุณภาพไม่ดี

  • หยอดน้ำตม

เป็นวิธีที่ผู้ประกอบการเริ่มนำมาแนะนำให้เกษตรกรใช้ แต่ไม่สามารถ ขยายผลได้มักนักเพราะมีข้าวเรื้อมากคุณภาพข้าวไม่ดี โดยเฉพาะในรายที่ปลูกข้าวไทยชนิดไม่ไวต่อช่วงแสง สลับฤดูกับข้าวญี่ปุ่น

  • โยนกล้า

ถึงแม้เป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุน ทั้งเมล็ดพันธุ์และค่าแรงแต่ก็ขายาผลสำหรับ ข้าวญี่ปุ่นเป็นไปได้ช้า เพราะเกษตรกรมีทางเลือก มีคนรับจ้างตกกล้าและปักดำด้วยเครื่องดำนา แม้ว่าต้นทุน สูงแต่สะดวกและไม่ต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าต้องกล้าและค่าปักดำ

  • ปักดำด้วยเครื่องปักดำ

ปัจจุบันเป็นที่นิยม เพราะผู้ประกอบการเป็นผู้จัดหาบริการให้ ทั้งตกกล้าและเครื่องปักดำ มีทั้งแบบเดินตาม แบบนั่งขับ ระยะปักดำจำนวนกล้าต่อจับผู้ประกอบการจะ กำหนดจำนวนถาดต่อไร่ เพราะเกษตรกรจะแจ้งให้ผู้รับจ้างปลูกปล่อยกล้าต่อจับมากในระดับสูงสุดของเครื่อง ซึ่งทำให้ใช้กล้ามากขึ้น อายุกล้าที่ใช้รวมทั้งแช่เมล็ดพันธุ์จนจนวันปลูกประมาณ 20 วันสำหรับฤดูนาปี และ ประมาณ 25 วันสำหรับนาปรัง