ปลูกรั้วด้วยต้นสะเดารอบ ๆ ไร่ นา สวน

สะเดา เป็นพืชปลูกง่าย ทนแล้ง ยิ่งแล้งยิ่งออกดอกดี การปลูกปลูกได้หลายวิธี จะปลูกแบบชำต้นพอต้นสมบูรณ์แล้วค่อยเอาลงดิน หรือปลูกแบบเสียบยอดก็ได้ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ให้ผลรับออกมาเหมือนกัน จุดเด่นคือ สามารถกินดิบได้ ทนแล้ง 1 ปี ออกดอกได้ 3 รอบ เทียบกับพันธุ์ทั่วไป 1 ปี ออกแค่ครั้งเดียว หากินยาก ราคาดี

สะเดาสามารถเจริญได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศชื้นและร้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 450-1,150 มิลลิเมตร/ปี และสามารถขึ้นได้ในสภาพดินเกือบทุกชนิดที่มีความเป็นกรดเล็กน้อย pH ควรอยู่ระหว่าง 6.2-6.5 รวมทั้งดินที่มีความแห้งแล้ง ดินหิน ดินเหนียว และดินตื้น แต่พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขังเสมอและพื้นที่ดินเค็มจัด ไม้สะเดาเจริญเติบโตช้ามากหรืออาจตายได้ สะเดาเป็นไม้อเนกประโยชน์แทบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น ใบ ดอก ผล เปลือก ลำต้น จะทำไปใช้ประโยชน์ได้ทุก ดังนี้

1. สกัดทำน้ำมัน เมล็ดของไม้สะเดาจะมีน้ำมัน น้ำมันจากเมล็ดใช้รักษาโรคผิวหนัง และยาฆ่าแมลง
2. ทำปุ๋ย ส่วนใบและกิ่งจะช่วยปรับปรุงดิน ใช้ทำเป็นปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ เศษเหลือของเมล็ดหลังจากคั้นเอาน้ำมันไปแล้วใช้เป็นปุ๋ยได้อย่างดี เพราะมีธาตุอาหารมากกว่าปุ๋ยหมักมาก
3. ชนิดของแมลงศัตรูพืช ถือเป็นหัวใจของเกษตรกรที่ต้องให้ความใส่ใจในการแยกแยะ ระหว่างแมลงที่เป็นคุณต่อพืชและแมลงที่เป็นโทษต่อพืช เท่าที่ผ่านมาเกษตรกรไทยยังมีความรู้ในเรื่องนี้น้อยมาก ทั้งยังได้ทำลายแมลงที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ที่จะคอยช่วยปราบแมลงที่เป็นศัตรูพืชตัวจริงไปจำนวนนับไม่ถ้วนแล้ว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นอกจากนั้น จากผลการทดลองในแปลงทดลองและห้องปฏิบัติการ พบว่า สารสกัดสะเดาให้ผลในการป้องกันและกำจัดแมลงแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของแมลง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ
กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่สารสกัดสะเดาให้ผลเต็มประสิทธิภาพ ได้แก่ หนอนชอนใบหนอนกระทู้ หนอนหลอดหอม หนอนใยผัก หนอนม้วนใบ หนอนบุ้ง หนอนแก้วส้ม หนอนหัวกะโหลก เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ เป็นต้น แต่ในกรณีที่แมลงศัตรูพืชระบาดมาก อาจต้องใช้สารเคมีสังเคราะห์ผสมลงไปด้วยประมาณ 1-2 ครั้ง จากนั้นค่อยๆ ลดปริมาณสารเคมีลง จนในที่สุดพ่นแต่เพียงสารสกัดสะเดาเท่านั้น
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่สารสกัดสะเดาใช้ได้ผลปานกลาง ได้แก่ หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนเจาะต้นกล้าถั่ว หนอนเจาะดอกกล้วยไม้ หนอนเจาะยอดคะน้า หนอนเจาะถั่วฝักยาว หนอนเจาะมะเขือ แมลงวันทอง เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว ไรแดง เป็นต้น ศัตรูพืชกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาในการพ่นสารสกัดสะเดานานกว่ากลุ่มแรก
กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่สารสกัดสะเดาไม่สามารถออกฤทธิ์กำจัดศัตรูพืชกลุ่มนี้ได้เลย เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นตัวเต็มวัยของแมลงศัตรูพืชทุกชนิด รวมทั้งด้วงปีกแข็งกัดกินใบ หมัดกระโดด และไรสนิม เป็นต้น

สะเดาเป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคในประเทศไทย สมาคมสมุนไพรแห่งประเทศไทยได้จัดไม้สะเดาเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งโดยนำส่วนของต้นไม้มาใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรคได้หลายอย่าง
เนื่องจากสะเดาเป็นพืชสมุนไพรมีศัตรูพืชน้อย เช่น มดกับแตนในช่วงออกดอกเท่านั้น จึงไม่ต้องใช้สารเคมีในการดูแลมาก จึงทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ เห็นกำไรได้อย่างชัดเจน