เตือนหน้าฝน โรคใบจุดยางฯ

โรคจุดใบร่วงชนิดใหม่ ที่ติดเชื้อจากมาเลเซีย เข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ ตอนล่าง 10 จังหวัด ลามระบาดไปกว่า 8 แสนไร่ ล่าสุดเหลือแค่ 20 ไร่ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่พึงระวังหน้าฝนอาจจะกลับมา ปัจจัยที่ทำให้โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราดีขึ้น ผลพวงส่วนหนึ่งมาจากการผลัดใบตามธรรมชาติของต้นยางพารา เนื่องจากเชื้อราชนิดนี้ จะอาศัยอยู่บริเวณพุ่มใบของต้นยางพารา เมื่อยางทิ้งใบร่วงจนหมดทำให้เชื้อราหายไปค่อนข้างเยอะ ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทำให้ไม่เหมาะสมต่อการเข้าทำลายของเชื้อ

เป็นไปได้ที่เชื้อราตัวนี้มีการแพร่กระจายเข้ามาระบาดในพื้นที่ปลูกยางแถบชายแดนรอยต่อกับประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกันคือร้อนชื้นและฝนตกชุก โดยพบลักษณะอาการปรากฏบนใบยางแก่ เมื่อเริ่มแสดงอาการปรากฏรอยช้ำๆ เป็นกลุ่มเห็นชัดเจนด้านหลังใบ หลังจากนั้นจะแสดงอาการเป็นวงค่อนข้างกลมสีเหลือง (chlorosis) ต่อมาเนื้อเยื่อรอยสีเหลืองจะตายแห้ง (necrosis) เป็นแผลกลมสีสนิมซีด

โดยพบอาการจุดแผลต่อใบยางมากกว่า 1 แผล จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด อาการโรครุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน ต้นยางอายุมากขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าต้นยางอายุน้อยขนาดเล็ก อาการใบร่วงจากเชื้อรานี้มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง เนื่องจากมีใบร่วงมากกว่าร้อยละ 90 จึงเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลงร้อยละ 30-50 และพบในทุกพันธุ์ยางที่ปลูกในพื้นที่นั้น ได้แก่พันธุ์ RRIM 600 พันธุ์ RRIT 251 และ พันธุ์ PB 311

ไร่เทพเตือนเกษตรกรต้องหมั่นตรวจสอบสวนยางพาราของตนเอง และบำรุงต้นยางอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากช่วงยางผลัดใบ ต้นยางพาราจะค่อนข้างอ่อนแอ ควรฉีดพ่นไร่เทพบำรุงต้นยางพาราอย่างสม่ำเสมอ และในช่วงฤดูฝนนี้ สภาพภูมิอากาศอาจจะเอื้ออำนวยต่อการเพาะเชื้อโรคกลับมาอีก ดังนั้น เกษตรกรไม่ควรชะล่าใจ หากพบการระบาดหรือติดเชื้อให้รีบแจ้ง กยท.ในพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เชื้อหวนกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีก