










หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี
เช่นการ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือการฉีดผลิตภัณฑ์ไร่เทพ ลงดินเพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน

หลักสำคัญก็คือ ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลัง โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าดินดี ควรปลูกพันธุ์ระยอง 5 และ ระยอง 72 และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลาง ควรปลูกพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบ่ง 60 ระยอง 9 และพันธุ์ยอดฮิต แขกดำ ส่วนพันธุ์ระยอง 7 เหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรำยที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของการเจริบเติบโต แต่ไม่เหมาะกับสภาพดินที่แห้งแล้ง
ก่อนปลูกควรไถและพรวนอย่ำงน้อย 2-3 ครั้ง ลึก 20-30 เซนติเมตร เพื่อกลบเศษซากพืชจากฤดูก่อน และ
ทำลำยวัชพืชต่ำง ๆ ให้ลดจำนวนลง การไถให้ใช้ผาล 3 ติดทายรถแทรกเตอร์ 1 ครั้ง ตามด้วยผาล 7 อีก 1 ครั้ง จะได้
ผลผลิตมันสำปะหลังสูงสุด ถ้าพื้นที่มีความลาดชันต้องไถพรวนตามแนวขวาง เพื่อป้องกันการชะล้ำงของดิน และถ้ำดิน
ระบายน้ำไม่ดีต้องยกร่องปลูก ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย


การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 ซม. เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 10เดือนขึ้นไป แช่ท่อนพันธุ์ในอาหารเสริมพืชไร่เทพ โดยผสม 1 ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร โดยแช่ประมาณ 3-5 ชั่วโมงหรือ 1คืนแล้วนำไปปลูกในแปลง

หลักสำคัญก็คือ ควรเลือกพันธุ์ที่ใช้ปลูกที่มีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด เลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตำถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คม เพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 ซม. ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของ
ความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 ม. และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่
เตรียมไว้ ควรปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ กำรดูแลรักษาระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก การปักตรง 90 องศา และปักเฉียง 45 องศากับพื้นดินให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน มันสำปะหลังจะงอกเร็ว และสะดวกต่อ
การกำจัดวัชพืช, การปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่มง่ายต่อกำรเก็บเกี่ยวให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบฝัง 10-15% การปลูกที่ได้ผลผลิตสูงก็คือ กำรปักตรง 90 องศา และเทคนิคการเฉือนตาข้างของท่อนปลูกออกเพื่อให้เกิดหัว
เพิ่มขึ้นอย่ากระทำโดยเด็ดขาด เพราะรากฝอยที่เกิดจากรอยแผลที่โคนของท่อนปลูกก็มีมากเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นหัวสะสมอาหารได้แล้ว และการเฉือนอาจทำให้เกิดเชื้อราที่ท่อนพันธุ์ได้

มันสำปะหลังเป็นพืชที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงเมื่อเทียบกับพืชไร่อื่น ๆ ดังนั้นจึงต้องการธาตุอาหารจากดินเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการปลูกมันสำปะหลังติดต่อกันหลายปี ธาตุอาหารในดินย่อมลดลงตามลำดับ ส่งผลให้ผลผลิตของมันสำปะหลังลดลง
ตำมไปด้วย ดังนั้นกำรปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มผลผลิตและรักษาระดับความอุดมสมบูรณ์ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไซโต ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ๆ ละเท่า ๆ กัน ในครั้งแรกให้ใส่หลังจาก
ปลูกมันสำปะหลังแล้ว 1 เดือน ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อมันสำปะหลังมีอายุได้ 3 เดือน นอกจากนี้ควรเสริมธาตุอาหารให้พืชด้วยการฉีดพ่นอาหารเสริมไร่เทพทางใบ ในอัตราส่วน ไร่เทพ 1ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของมันสำปะหลังได้ดีขึ้น (ข้อแนะนำก่อนฉีดพ่นอาหารเสริมไร่เทพทางใบ ควรกำจัดวัชพืชก่อน) สามารถฉีดได้เรื่อยจะครบอายุการเก็บเกี่ยว

ในระยะแรกของการปลูกมันสำปะหลังจะมีวัชพืชขึ้นรบกวนมาก และระยะเวลาวิกฤตในการกำจัดวัชพืชจะอยู่ที่ 2-3 เดือนแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่มันสำปะหลังกำลังลงหัวและจะกำจัดวัชพืชไม่ทัน ให้ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในการกำจัด
วัชพืชโดยการฉีดพ่นให้ทั่วแปลง หลังจำก 4 เดือน ไปแล้วมันสำปะหลังจะไม่มีการสร้างหัวเพิ่ม แต่จะขยายขนาดหัวให้ใหญ่ขึ้น ถ้ามีวัชพืชขึ้นรบกวนในช่วงนี้มากจะทำให้ผลผลิตลดลง การเริ่มกำจัดวัชพืชครั้งแรกต้องรีบกระท ำ อาจเริ่มที่ 15
วันหลังจากปลูก ยิ่งล่ำช้ำออกไปผลผลิตจะยิ่งลดลง ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกให้เสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากปลูกและอาจต้องกำจัดวัชพืชอีก 2-3 ครั้ง จนกว่าพุ่มของใบมันสำปะหลังจะชิดกัน หรืออีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันวัชพืชได้คือการ
ฉีดสารเคมีคุมเมล็ดวัชพืชหลังจากการปลูกมันสำปะหลัง 1-2 วัน เป็นการคลุมดินป้องกันวัชพืชได้ในช่วงแรก ๆ หลังจากใส่ปุ๋ยครบและกำจัดวัชพืชได้ดังกล่าวแล้วก็เพียงแต่รอครบเวลา 12 เดือน หลังปลูกก็จะได้ผลผลิตมันสำปะหลังไม่ต่ำ
กว่า 7-10 ตันต่อไร่แน่นอน













ดินในธรรมชาตินั้น กว่าซากพืชซากสัตว์จะสลายตัวได้หน้าดินซัก 1 เซนติเมตรนั้นใช้เวลานานหลายปี หน้าดินเหล่านั้นประกอบด้วยทั้งอินทรีย์วัตถุและอนินทรีย์วัตถุ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พืชเจริญเติบโตได้สมบูรณ์ แต่ทว่าความสมบูรณ์ของดินนั้นมันก็ค่อยๆหมดไป เพราะตั้งแต่ยุคปฏิวัติเกษตรกรรม มนุษย์เริ่มรู้จักการเพาะปลูกเป็นวงกกว้าง เราปลูกพืชและบริโภคพืชไว้เป็นอาหาร ธาตุบางอย่างในดินจึงเริ่มหมดไป ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพืชขาดธาตุอาหารบางอย่าง มันก็จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์
ธาตุองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของพืชนั่นก็คือธาตุคาร์บอน ซึ่งมีที่มาจากกระบวนการสังเคราะห์แสงจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จนกลายเป็นแป้งน้ำตาล ลำต้นและองค์ประกอบอื่นๆของลำต้นพืช ทว่าในปัจจุบันมีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น กระบวนการทางเกษตรกรรม ปศุสัตว์ การปฏิวัติอุตสาหกรรมก่อให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกเป็นภาวะโลกร้อน และทางเดียวที่จะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ นั่นคือ ให้พืชดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากฟ้าลงสู่ดิน เราจำเป็นต้องปลูกพืชให้เยอะขึ้นแต่ปัญหาก็คือ “เราปลูกพืชได้ไม่ดี เนื่องจากดินไม่ดี” การปรับปรุงดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูกจึงเกิดขึ้นกระบวนการปรับปรุงดินที่สำคัญ คือการเพิ่มสารอินทรีย์ลงสู่ดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์มีตัวช่วยคือ “จุลินทรีย์” นั่นเอง
ปุ๋ยอินทรีย์จำแนกได้เป็น 4 ประเภท
1.ปุ๋ยพืชสด
ใช้ต้นพืชฝังกลบลงไปในดินโดยตรง โดยพืชบางชนิดมีแบคทีเรียบางตัวอยู่ในปมรากซึ่งสามารถช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศลงพื้นดินได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นไรโซเบียม ในพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น
2. ปุ๋ยคอก
เกิดจากมูลสัตว์ที่ทับถมและย่อยสลาย ภายในระยะเวลาหนึ่ง เปรียบเสมือนกับสัตว์เป็นเครื่องบดทั้งเชิงกายภาพและเชิงเคมีทั้งยังมจุลินทรีย์ในระบบการย่อยอาหารของสัตว์เหล่านั้น ช่วยในการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์อีกด้วย
3. ปุ๋ยหมัก
เป็นการจำลองการย่อยอาหารของสัตว์ เพื่อให้เกิดการย่อยสลายในปริมาณที่มากขึ้น มนุษย์นำซากพืชมาบดสับละเอียดโดยใช้เครื่องบด โรยจุลินทรีย์เข้าไป กลบและพลิก เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการ จนกลายเป็นปุ๋ยในที่สุด
4. ปุ๋ยชีวภาพ
คือจุลินทรีย์ประเภทต่างๆ ในดิน เช่นจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน จุลินทรีย์กลุ่มปลดปล่อยฟอสเฟตเป็นต้น ทุกครั้งที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีลงไปในดิน พืชไม่สามารถนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้ได้ทั้งหมดจำเป็นต้องมีจุลินทรีย์เพื่อย่อยสลายธาตุบางอย่างให้อยู่ในรูปแบบที่พืชสามารถดูดซึมได้

องค์ประกอบของดินที่ดี
1. อากาศ 25%
ดิน ที่ดีควรมีสภาพร่วนซุยดังนั้นการพรวนดินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อทำให้ดินเกิดโพรงอากาศและพืชสามารถดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี
2. น้ำ 25%
นอกจากความร่วนซุยของดินแล้วดินที่ดีควรมีภาวะการอุ้มน้ำเพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของพืช
3. อนินทรีย์วัตถุ 45%
เกิดจากการย่อยสลายของหินกลายเป็นอนินทรีย์วัตถุขนาดเล็กลงหรือที่เราเรียกกันว่าเนื้อดินนั่นเอง
4. อินทรีย์วัตถุ 5%
แม้เป็นส่วนที่น้อยที่สุดแต่ว่าเป็นส่วนที่สำคัญเช่นกัน ในส่วนที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ทับถมกันเป็นเวลานานเราเรียกสิ่งนี้ว่าฮิวมัสนั่นเอง


ส่วนผสมการปรับปรุงดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูก
1. เนื้อดิน 5 ส่วน ควรเลือกดินที่มาจากแหล่งที่ดี ไม่มีสารตกค้าง พวกโลหะหนัก ฯลฯ
2. กาบมะพร้าวสับ 3 ส่วน
3. แกลบ เผา 1 ส่วน
4. ปุ๋ยชีวภาพ 1 ส่วน
คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้เป็น 7 วันก็จะสามารถนำไปใช้ปลูกพืชได้
นอกจากนี้ เพื่อทำให้ดินมีอินทรียวัตถุและถูกปลดปล่อยธาตุอาหารอันจำเป็นต่อพืชมากขึ้น อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มกรดฮิวมิค (Humic acid) อันเป็นสารจากธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยให้พืชที่ได้รับมีระบบรากที่ดี มีส่วนช่วยในการแตกราก สร้างรากใหม่ ทำให้พืชสามารถดูดอาหารทางดินได้ดีขึ้น อีกทั้ง ฮิวมิค ยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของดิน เมื่อฉีดพ่นลงสู่ดินจะช่วยให้ดินสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย

มกราคม ระยะแทงช่อดอก














ไร่เทพ ใช้ในนาข้าว จะช่วยให้ข้าว แตกก่อได้ดี รากเยอะ ไม่อั้นรวง รวงใหญ่ ข้าวเต็มเมล็ด ผลิตผลิตเยอะ ทนแล้งทนหนาวได้ดี


1.ระยะต้นกล้า อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 200 ลิตร (สามารถฉีดได้พร้อมกับยาคุมเลนเลย)


2.ระยะแตกกอ อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 150-200 ลิตร
3.ระยะเริ่มสร้างช่อดอก อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-150 ลิตร


4.ระยะช่วงข้าวตั้งท้อง อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-150 ลิตร
5.ระยะก่อนเก็บเกี่ยว อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-150 ลิตร(ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 30 วัน หรือตอนข้าวเป็นน้ำนม)





ไร่เทพสามารถฉีดพ่น พร้อมผสมกับยาฆ่าแมลงและยากันเชื้อราได้
1.หลีกเลี่ยงใช้ไร่เทพผสมกับยาฆ่าหญ้า เพราะต้นหญ้าจะได้รับสารอาหารไปด้วยทำให้หญ้าไม่ตาย
2.หลีกเลี่ยงฉีดไร่เทพในช่วงข้าวตากเกสร
3.หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นใกล้ต้นข้าวในระยะใกล้ๆ (ห้ามฉีดจี้) แนะนำให้ฉีดห่างๆ เป็นละอองเท่านั้น
4.หลีกเหลี่ยงฉีดพ่นไร่เทพ ในช่วงแดดจัด แนะนำให้ฉีดในช่วงเวลาก่อน 10 โมงเช้าและฉีดหลัง 5 โมงเย็น
เพราะการฉีดไร่เทพในช่วง เช้าหรือช่วงเย็น หรือช่วงอุณหภูมิต่ำจะเป็นช่วงที่ปากใบเปิด ทำให้ต้นข้าว
ได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
***ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำได้ 100-200 ลิตร ใช้ได้ 3-5 ไร่
ต้นทุนไร่เทพ 1 ซอง ราคา 100 ใช้ได้ 3-5 ไร่
ค่าเฉลี่ยประมาณ 20 บาท 1 ไร่เท่านั้น ประหยัดสุดๆ
Website: https://raithep.com/
Youtube : https://bit.ly/2GE2Z0t
💬M.me/RaithepNano
Line id : http://line.me/ti/p/~@raithep
🏬Shopee.co.th/raithep_thailand
🛒Lazada.co.th/raithep-nano
Tel. : 098-280-8200
เคล็ด (ไม่ลับ) การดูแลมะม่วงในระยะติดดอก
ในระยะติดดอกถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด จะได้ผลผลิตมากน้อยจะวัดกันช่วงนี้ ดูแลผิดไม่ถูกวิธีอาจจะน้ำตาตกในได้
โดยทั่วไปมะม่วงจะออกดอกติดผลในช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม และบางพื้นที่ในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ การออกดอกของมะม่วงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุ์มะม่วง ความอุดมสมบูรณ์ของต้น และยังเกี่ยวข้องกับสภาพของอากาศอีกด้วย โดยจะเห็นว่า ถ้าปีใดอากาศหนาวเย็นมาก มะม่วงจะออกดอกมาก



การจะทำให้มะม่วงได้ผลอย่างเต็มที่ นอกจากขึ้นอยู่กับพันธุ์มะม่วงที่ปลูก การบำรุงต้นมะม่วงให้สมบูรณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญให้ปุ๋ย ให้น้ำ มากไปหรือน้อยไปก็ไม่ดี การบำรุงต้นมะม่วงที่ดีคือการให้ปุ๋ย ให้น้ำอย่างสมบูรณ์และพอดี รวมเพิ่มเติมด้วยอาหารเสริมพืช เพื่อให้ต้นมะม่วงได้ สารอาหารบำรุงต้นได้อย่างที่ต้นมะม่วงต้องการ

การบำรุงต้นมะม่วงในระยะติดดอก นอกจากบำรุงด้วยปุ๋ยทั้งเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์แล้ว เกษตรกรยังสามารถเสริมด้วยอาหารเสริมพืชเพิ่มเติม อย่างผลิตภัณฑ์ไร่เทพ เพิ่มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดดอกให้มากขึ้น

❌ข้อห้ามที่สำคัญคือ อย่าฉีดพ่นสารอาหารเสริม ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีใดๆ ในช่วงระยะติดดอกนี้โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ดอกร่วง เกสรไม่ผสม สุดท้ายก็ไม่ติดลูกติดผลแน่นอน ควรเน้นการให้ปุ๋ยที่โคนต้น
และถ้าเป็นอาหารเสริมพืช ไร่เทพ ช่วงระยะติดดอกนี้ห้ามฉีดพ่นทางใบโดยเด็ดขาด ให้ใช้รดบริเวณโคนต้นแทน
อัตราการใช้ ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำ 100 ลิตร ใช้รดโคนต้น ต้นละประมาณ 5 ลิตร ทุก 20 -30 วัน
โดยรดห่างโคนต้นประมาณ 50 เซนติเมตร และถ้ามะม่วงติดผล (ลูกเท่าหัวไม้ขีดไฟ) แล้วก็สามารถฉีดผลทางใบ โดยอัตราการใช้ ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำ 100 ลิตร และฉีดพ่นทางใบ ทุก 10 วัน
การใช้ไร่เทพนอกจากจะบำรุงต้นให้ไม่โทรมและยังทำให้เกิดการแตกดอกใหม่ ที่สำคัญยังช่วยให้ลดอาการสลัดลูกหรือผลทิ้งอีกด้วย แค่นี้ก็ทำให้สวนมะม่วงของคุณมีผลผลิตเพิ่มขึ้นแล้ว














เรื่องของฝุ่น!!! ที่เกี่ยวกับเราใส่แมสอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องเสริมด้วย 8 ไม้เด็ดปลูกประดับ ที่ทำงาน ยันห้องนอนควรต้องมี ปลูกแล้วดีประดับได้ดูดสารพิษด้วย เพื่อนๆ บางคนที่อยู่ต่างจังหวัดตื่นเช้า มาเจออากาศที่สดใส ตามนา สวน ไร่ แต่ๆๆๆๆ เพื่อนที่อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ จะต้องเจอมลพิษส่วนใหญ่ไร่เทพ ขออาสาชวนใส่ใจสุขภาพกันสักนิด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ใส่ใจสุขภาพกันแม้ในที่ทำงาน จะพาเพื่อนไปปลูกต้นไม้เสริมดวง (หือออไม่ใช่และ) เสริมออกซิเจน ฝุ่นยุค 2.5 นี้ อันตราย หากมีตัวดูดสารพิษต่างๆ ในอากาศที่เป็นภัยใกล้ตัวคุณ เพราะคุณอาจไม่รู้ว่ามีอันตรายถึงชีวิต!
ฝุ่น เป็นอนุภาคในอากาศที่มีแหล่งที่มาจากหลาย ๆ ที่ เช่น ฝุ่นจากดินที่ถูกลมพัดขึ้นมา ฝุ่นจากการระเบิดของภูเขาไฟ หรือจากมลภาวะต่างๆ ฝุ่นในที่พักอาศัย สำนักงาน หรือแม้แต่ ละอองเกสรของพืช เส้นผมหรือขนของคนและสัตว์ สิ่งทอ เส้นใย เศษผิวหนังของมนุษย์ สิ่งหลงเหลือจากอุกกาบาต และจากอีกหลายอย่าง หลายวัตถุ ในสภาพแวดล้อมทั่วไป
ฝุ่นละอองที่มีอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา มีขนาดตั้งแต่ 0.002 ไมครอน ซึ่งเป็นกลุ่มของโมเลกุล (มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ใช้จุลทรรศน์แบบอิเลคตรอนส่องได้อย่างเดียว) ขนาดไล่ไปถึงขนาดใหญ่กว่า 500 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นทรายขนาดใหญ่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ฝุ่นที่มองเห็นด้วยตาเปล่ามีขนาดตั้งแต่ 50 ไมครอนขึ้นไป)

แค่ฟังชื่อขนก็ลุก!!! ลิ้นมังกรสามารถคายก๊าซออกซิเจนและดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในเวลากลางคืน จึงเหมาะที่จะนำมาตั้งไว้ในออฟฟิศยันห้องนอน ยังช่วยดูดสารพิษประเภทเบนซินในอากาศได้อีกด้วย สารประเภทนี้เหมือนภัยใกล้เราเหมือนพิษร้ายใกล้ตัว มวนบุหรี่ สี หมึก ทินเนอร์ ยาฆ่าแมลง ไม้ประดับปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร มีใบโผล่พ้นดินเป็นรูปหอกที่แข็ง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่าปลูกเจ้าลิ้นมังกรนี้ไว้ จะช่วยไล่ “งู” ได้เพราะด้วยต้นที่ขึ้นเป็นพุ่มหนาทึบทำให้งูเลื้อยผ่านได้ยาก มันก็หยุดและเลื้อยไปอื่น โดยอาจจะขึ้นเตียงคุณแทน >__<

หนวดปลาหมึก ปลูกไว้บนตึก ต้นนี้มีลักษณะใบสีเขียวสวยงาม แตกออกเป็นแฉก ประมาณ 8-15 ใบ คล้ายหนวดปลาหมึกถึงชื่อนี้ไง มันเงาเป็นพุ่ม ตะคุ่มๆ เลี้ยงดีๆจะออกดอกเป็นช่อสีแดง ปลูกง่าย ต้องการน้ำพอสมควรดูดสารพิษได้เป็นอย่างดี แถมยังฟอกอากาศตามธรรมชาติ หากปลูกสั ก6-7 กระถาง แทบจะยกเครื่องฟอกอากาศออกไปข้างนอกเลยทีเดียว เพราะไม่กินไฟ แต่เอ คิดไปคิดมา หากปลูกเพื่อแทนฟอกอากาศ แนะให้ เอาไว้ใกล้ประตู เพื่อยกเข้ายกออก เพราะกลางคืน ก็ไม่ควรเอาก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าปอดเยอะ เชื่อแอดเหอะ

ต้นวาสนา หากคนปลูกมีวาสนาจริง ปลูกไปนานก็จะได้เห็นดอก เชื่อกันว่าเป็น “ไม้มงคล โบราณว่าปลูกไว้ในบ้านจะทำให้เกิดความสุข สมหวังในชีวิต ปลูกได้ทั้งในและนอกอาคาร มีลำต้นตรง ต้องการแสงแดดและน้ำพอสมควร ส่วนวาสนาอธิษฐาน ลำต้นตรง ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีกลิ่นหอม ต้องการน้ำมาก ข้อดีคือมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสารฟอร์มัลดีไฮด์ และ ไตรคลอโรเอทีลีน ที่มักจะพบใน วัสดุบุผิวเฟอร์นิเจอร์, พาร์ติเคิลบอร์ด, พรมสังเคราะห์, กระดาษทิชชู และ น้ำยาทำความสะอาด ช่วยเยอะนะเนี่ย.ยย

เดหลีไม้ประดับสุดแนว คล้ายดอกหน้าวัว ปลูกในที่ร่มได้ คายความชื้นสูง ดูแลก็ไม่ยากแค่หมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ให้ดินมีความชุ่มชื้น การขยายพันธุ์ทำโดยการแยกหน่อ ที่สำคัญต้น เดหลี ยังทำให้โต๊ะทำงาน แลดูมีชีวิตชีวาอีกด้วย มีความสาเด่นในการดูดสารพิษได้หลายชนิดเช่น แอมโมเนีย แอลกอฮอลล์ ฮาซีโตน ไตรคลอไรเดทีรีน ทินเนอร์ เบนซินและฟอร์มาดีไฮด์

ว่านหางจระเข้ สารพัดประโยชน์ ลักษณะจะเกิดเป็นกอใบเรียวยาวมีหนามปลูกในกระถางหรือลงดินได้ทั้งหมด ปลูกโดยการแยกหน่ออ่อน ปลูกง่ายโตไว ที่สำคัญทนแล้งด้วยนะ!เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยรักษาผิวหนังที่เกิดแผลพุพองน้ำร้อนลวกหรือโดนความร้อน นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการดูดซับสารพิษในอากาศเนื่องจากเนื้อเจลใสๆ ที่อยู่ภายใต้เนื้อเยื่อสีเขียวสามารถดูดซับกลิ่นของสารระเหยฟอร์มาลดีไฮด์ และเบนซิน ที่มาจากน้ำยาทำความสะอาด สารหล่อลื่น ยาฆ่าแมลง และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ โดยแค่เพียงตัดไปวางเอาไว้บริเวณที่ต้องการเท่านั้นก็ได้นะคร๊าบบบบบบบ

ที่คนไทยชอบเรียกกันนั้น แท้จริงแล้วคือต้น พอยน์เซตเทีย (Poinsettia) ข้อดีของพอยน์เซตเทีย อีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษ ลักษณะโดยทั่วไปของต้นคริสต์มาส เป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อน ลำต้นมีน้ำยาง สูง 1-3 เมตร ใบคล้ายรูปไข่ปลาย แหลม ขอบใบหยัก 2-3 หยัก ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อที่ยอดโดยมีดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่บนช่อเดียวกันและมีใบประดับสีแดงอยู่โดยรอบช่อเกสรตัวผู้จำนวนมาก เป็นต้นไม้ที่ดึงดูดสายตาคนด้วยสีแดงสดของใบ นิยมนำมาตกแต่งประดับบ้าน ห้างร้าน ก็เพราะสีสันที่สดใสเข้ากับเทศกาลคริสต์มาส

พลูด่าง ถือว่าเด็ด ไม้เล็กๆ ที่หาง่าย เป็นไม้เลื้อยปลูกง่าย ขยายพันธุ์ไวโด ปักชำ สามารถปลูกในกระถางหรือ แค่แช่ใส่แจกัน เอามาตั้ง ก้อเฟี้ยวแล้ว การให้น้ำเป็นประจำและให้ถูกแดดบ้าง ใบเป็นรูปหัวใจลายขาว-เขียว มีรากอากาศงอก เกาะตามตามผนังได้ เป็นไม้ประดับสุดคลาสสิค ฤทธิ์ลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถือว่าสามารถดูดสารพิษได้ในระดับปานกลาง แต่คายความชื้นในอากาศได้ดีมาก

ต้นนี้ก็น่าปลูกเพราะปลูกแล้วมีสิทธิ์ เป็นเศรษฐี ถามหน่อยเถอะพี่ ปลูกมัีย! ปลูกมัีย! ไม้ประดับพุ่มสวยใบแตกเป็นกอ ขอบขาวตรงกลางมีสีเขียว ปลูกได้ในที่ร่ม ควรให้โดนแดดบ้าง ปลูกได้ในกระถางที่มีรูระบายน้ำได้ดี ให้น้ำแต่พอเหมาะ เดี๋ยวน้ำขังรากจะเน่าได้ สามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนียได้ดี ซึ่งสารเหล่านี้อาจมาจาก เครื่องถ่ายพิมพ์เขียว เครื่องถ่ายเอกสารน้ำยาเช็ดกระจก
กรมควบคุมมลพิษ ได้นำเสนอข้อมูลความเข้มข้นฝุ่นพิษ PM2.5 รายวัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2554-2561 พบว่าในช่วงเดือนธันวาคม ต่อเนื่องเดือนมกราคม ถึงมีนาคมของทุกปี ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 ในกรุงเทพฯ เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ทั้งหมด
หลังจากผ่านช่วงเดือนมีนาคมไปแล้วของทุกปี ค่าฝุ่น PM2.5 ในอากาศจะลดลง ซึ่งน่าจะเกิดจากการการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน และฤดูฝน ซึ่งอากาศจะมีการไหลเวียนมากกว่าในช่วงต้นปี จึงทำให้ฝุ่น PM2.5 ถูกพัดไป นอกจากนี้ หากเทียบกับค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกำหนดให้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่นขนาด PM2.5 ควรต่ำกว่า 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะยิ่งเห็นว่าความหนาแน่นของฝุ่นละอองไทยอยู่ในระดับที่เกินกว่ามาตรฐานโดยเฉพาะบางเดือนจะมีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละออง สูงกว่ามาตรฐานมาก มักจะเป็นช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ในแต่ละปี
อ่ะๆๆๆ บอกเล่า 90 กันมาขนาดนี้แล้ว มีเกษตรกรท่านไหนมองหาโอกาส อยากลองปลูกเพื่อจำหน่าย เพราะระยะเวลาการเติบโตไม่นาน ทำแพคเกจจิ้งสวยๆ มองแล้วดูมีราคา แนะให้ใช้ ไร่เทพ ฉีดพ่นบำรุง ผลผลิตของคุณจะสวยพุ่งเข้าใส่ตา