Author Archives: adminjj

ต้นคริสต์มาส ไม้ประดับดูดสารพิษที่พระเจ้าประทาน

กรุงเทพของเรามีปัญหาเรื่องมลพิษอันดับต้นของโลก ไม่น่าดีใจเลย!! ทำให้นึกถึง ไม้ประดับสีสันสดใส ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยในช่วงใกล้คริสต์มาสนี้ ต้น พอยน์เซตเทีย มีใบอ่อนด้านบนของต้นจะมีสีแดงสดในช่วงฤดูหนาว กินระยะเวลาระหว่างปลายปีถึงต้นปีซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดี ทำให้เรียกกันติดปากกันทั่วไปว่า ต้นคริสต์มาส ข้อดีของพอยน์เซตเทีย อีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษ ได้รับความนิยมปลูกกันโดยปกติ

 

ความโดดเด่นของต้นคริสต์มาสอยู่ที่ใบด้านบนมีสีแดงสด ส่วนใบล่างมีสีเขียว ใบเป็นหยัก 3-4 หยัก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลางสูงได้ถึง 3 เมตร แตกกิ่งค่อนข้างชี้ตั้งขึ้นเป็นพุ่มแน่น ลำต้นอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ดอกออกเป็นช่อที่บริเวณปลายยอดมีสีแดง ช่อดอกล้อมรอบด้วยใบประดับรูปใบหอกมีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง ซึ่งอันที่จริงดอกที่เราเห็นอยู่นั้นก็คือใบประดับที่เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีต่างๆ นั้นเอง

ต้น พอยน์เซตเทีย สามารถขึ้นได้ดีในอากาศบ้านเรา เมื่อต้นยังเล็กสามารถนำมาปลูกลงกระถางเพื่อใช้ประดับได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เมื่อหมดเทศกาลคริสต์มาสนำปลูกลงดิน ก็จะเติบโตเป็นไม้พุ่มและยังคงมีใบสีแดงแต่อาจไม่สวยงามเท่ากับการปลูกในกระถาง ประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษในอากาศอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง

     การดูแล เป็นพรรณไม้ที่ปลูกที่แสงแดดกึ่งร่ม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั้งกลางแจ้งและปลูกเป็นไม้กระถางภายในอาคาร ชอบน้ำปานกลาง ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบๆ โคนต้นเดือนละครั้ง

 

ต้นวันคริสต์มาสหรือชื่อเต็ม คือ ต้นพอยน์เซตเทีย (Poinsettia) ไม้ประดับในเชื้อสายตันสนกับโป๊ยเซียน ใบส่วนบนสามารถเปลี่ยนสีได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งสีที่ได้จะขึ้นกับสายพันธุ์ มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีขาว รวมทั้ง สีชมพูอีกด้วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่เปลี่ยนสีได้ตอนราวๆเดือนตุลาคม-มีนาคม

เพียงช่วงเวลานี้แค่นั้น ส่วนในระยะเวลาอื่นยิ่งกว่านั้นก็จะมีใบสีเขียวตามธรรมชาติ ไม้ที่มีพันธุ์นี้ ไม่ต้องดูแลมากมาย และก็ยังช่วยขัดกรองอากาศ ดูดพิษ ก็เลยได้รับความนิยมปลูกกันโดยปกติ โดยจะปลูกลงกระถางตกแต่งไว้ในห้อง หรือ ปลูกลงดินในสวนก็ได้ด้วยเหมือนกัน

 

การปลูกต้นพอยน์เซตเทีย

ปลูกต้น พอยน์เซตเทีย ลงกระถาง เหมาะแก่การมอบให้เป็นของขวัญได้ดี พอยน์เซตเทีย ตกแต่งโต๊ะอาหารก็ได้ ตั้งไว้ในร่มก็ช่วยฟอกอากาศได้ ต้นพอยน์เซตเทีย ชอบดินร่วนซุย โดยให้ผสมดินร่วน 2 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน (ใช้ไร่เทพแทนได้นะค๊าาาบ) แล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก หรือ หากต้องการเพาะพันธุ์เพิ่มก็สามารถใช้วิธีตัดกิ่งปักชำได้ อุณหภูมิควรอยู่ที่ 16 -20 องศาเซลเซียส ให้ตั้งอยู่ในที่มีแดดรำไร หากแดดจัดใบจะไม่เปลี่ยนสี ให้รดน้ำลงดินให้พอชุ่มปานกลาง หลีกเลี่ยงการรดน้ำบนใบเพราะทำให้ขังบริเวณใบทำให้เน่าได้ และใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรอบโคนต้น 1 ครั้ง/ เดือน

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

รีวิว ตายแล้วฟื้น

บางครั้งการทำการเกษตรให้ได้กำไรมากๆ  อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่การที่พืชของเราปลูกรอดตลอดรอดฝั่ง ถึงเก็บเกี่ยวไปขายได้ นั้่นก็ถือมีกำไรเช่นกัน

ไร่เทพภูมิใจ ที่มีส่วนช่วยเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิต ต่อจำนวนไร่ วันนี้ จะยกเคสของคุณนวลจันทร์ (ป้าแหวว) เกษตรกร อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ปลูกข้าวโพด 300 ไร่ แต่มีข้าวโพดอยู่ 1 แปลง จำนวน 20 ไร่ ที่น้ำไปไม่ถึงและตัองผจญแล้งในหน้าร้อน เกิน 1 เดือนเต็มๆ ป้าแหววได้ปรับทุกข์กับคนในครอบครัวว่า หากไม่ดีขึ้นอาจต้องไถกลบ เพราะอาการข้าวโพด น่าเป็นห่วง หากเป็นเช่นนั้นจริง จะสูญเสียรายได้ไป ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรง

ป้าแหววฉุกคิดถึง “ไร่เทพ” ที่เคยใช้ในไร่น้อยหน่า แถมป้าแหววยังแอบบอกเราอีกว่า น้อยหน่าป้าที่ใช้ไร่เทพ (ลูกละเกือบโล) เลยนำไร่เทพ ไม้ตายเด็ด มาฉีดพ่นใน 20 ไร่นี้ดู  หนึ่งเดือนผ่านไปน้ำไม่มีสักหยด ฝนไม่มีสักครา ฟ้าแกล้งกันพอเท่านี้ เมื่อฝนแรกลงมา ข้าวโพดที่เหมือนยืนต้นตายกลับกลาย ฟื้นตัวมาอีกครั้ง 20 ไร่ ของป้าแหวว ในครั้งนั้น จึงเแป็นเกหมือน ตำนาน (ตายแล้วฟื้น) ป้าแหววจึงต้องทนหนาว ให้เรา ได้เข้าเก็บข้อมูลมาเสนอ



 


Medium button

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

“ข้าวหอมมะลิไทย” คืนบัลลังก์ ข้าวดีที่สุดในโลก

เห็นข่าว ข้าวหอมมะลิไทยแล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดี เรื่องคุณภาพพันธุ์ข้าวไทยกลับมาคืนบัลลังก์ ทวงแชมป์ข้าวหอมมะลิไทย ดีอันดับ 1 ของโลกปี 2020 แต่…ทำไม ทำไม๊ ทำไม ชาวนาไทย ยังได้กำไรต่อผลผลิตน้อยจัง แฮร่!! จากการประกวดข้าวทั้งสิ้น 5 ประเทศ ขณะที่การส่งออกทั้งปี 2563 นี้อยู่ที่ 5.8 ล้านตัน เนื่องผู้ส่งออกเจอปัญหาขาดแคลนตู้ ส่วนการส่งออกข้าวไทยปี 2564  7 ล้านตัน

 

วันที่ 4 ธันวาคม 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2020 ประเทศไทยได้รับรางวัล ข้าวที่ดีที่สุดในโลก หรือ “World’s Best Rice Award 2020” จากการประกวดข้าวที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในงานประชุมข้าวโลก หรือ World Rice Conference จัดโดย The Rice Trader สหรัฐอเมริกา

โดยจัดงานครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นผลงานของประเทศไทย เกษตรกร โรงสี ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกข้าว และหน่วยงานของภาครัฐ



“จากนี้จะมุ่งพัฒนาพันธ์ข้าว 7 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมไทย ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นแข็ง ข้าวเหนียม ข้าวสี อีกทั้งจะพัฒนาเพิ่มพันธ์ข้าวให้ได้ไม่ต่ำกว่า 12 ชนิด เพื่อการแข่งขันได้ในตลาดให้ได้”

การได้รับรางวัลครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2563-2567 ที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากรัฐบาลโดยตั้งเป้าหมายว่า 5 ปีนี้ ประเทศไทยจะต้องเป็นผู้นำการผลิตตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวของโลกให้ได้ ซึ่งเมื่อไทยได้รางวัลข้าวที่ดีที่สุด จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพข้าวไทยในตลาดโลกได้มากขึ้น หลักการตัดสินจะมีคณะกรรมการและเชฟที่มีชื่อเสียงระดับนานานาชาติร่วมกันตัดสิน เกณฑ์การตัดสินจะแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ลักษณะของข้าวก่อนหุง และหลังหุงสุก ก่อนหุงจะดูรูปลักษณ์ของข้าวมีความสวยงาม ความสะอาดมากน้อยเพียงใด และหลังหุงสุกจะให้เชฟทดลองชิมรสชาติ ทั้งกรรมการและเชฟจะตัดสินแบบ ไบลด์ เทสต์ (Blind Test) ไม่มีการบอกก่อนว่าข้าวไหนเป็นของประเทศไหน จากนั้นกรรมการและเชฟจะรวมคะแนนก่อนหุงและหลังหุง ปรากฏว่าข้าวไทยได้คะแนนสูงสุดทั้งเกณฑ์ก่อนหุงและหุงแล้ว


ตลาดข้าวหอมมะลิไทยยังครองตลาดส่งออก เช่น สหรัฐ แคนาดา ฮ่องกง และสิงคโปร์ เนื่องจากข้าวไทยเมื่อเทียบคู่แข่งอย่างเวียดนามยังสามารถแข่งขันได้ เพราะราคาไม่ห่างกันมาก ยกเว้นราคาข้าวอินเดีย ที่ห่างถึง 100 เหรียญสหรัฐ

ขอขอบคุณ :  prachachat.net/

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

ผักสวนครัวประจำ 12 ราศี

เพื่อสุขภาพดีต้องกินผักแต่ให้ดียิ่งนักต้องกินผักตามราศี แต่ถ้าอยากให้ชีวิตรุ่งพุ่งดั่ง ค้อนเทพเจ้าธอร์ต้องปลูกผักเสริมดวงกันโหน่นย….เรามาดูกันสิว่าราศีของเพื่อนๆ ควรปลูกผักอะไร เราทานผักเข้าไป ก็นำสารอาหารมาให้ร่างกายหลายอย่าง เพื่อให้ชีวิตอยู่ดี กินดีสุขภาพแข็งแรง เตะปั๊บดังตลอดทั้งปี วันนี้ขออาสาเลยขอรวบรวมพืชผักสวนครัวประจำ 12 ราศีมาฝาก เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่อยู่ดีกินดี มีความสุข แข็งแรงทั้งกายใจตลอดปี ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าผักสวนครัวประจำราศีเราคือต้นอะไร หรือคนที่เกิดในแต่ละเดือนต้องปลูกต้องกินผักชนิดไหนบ้าง

  • ราศีเมษ (21 มีนาคม – 19 เมษายน)

เนื่องจากชาวเมษมีดาวอังคารเป็นดาวประจำราศี พืชผักที่จะนำมาปลูกควรเป็นต้นที่มีหนามแหลม หรือมีรสชาติออกขม เผ็ดร้อนแรง ถ้าหากมีสีแดงด้วยจะดีมาก นอกจากนี้ยังเป็นราศีที่ค่อนข้างคิดเยอะเครียดง่าย จนอาจทำให้ปวดศีรษะบ่อยครั้ง ดังนั้นผักที่นำมาปลูกควรช่วยบำรุงให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นและช่วยเสริมธาตเหล็กไปในตัว เช่น ผักกาด หัวหอม กระเทียม พริกแดง ต้นหอม จิงจูฉ่าย ขิง มะเขือเทศ และผักชี ให้อาหารเสิรมพืชไร่เทพ

  • ราศีพฤษภ (20 เมษายน – 20 พฤษภาคม)

ราศีพฤษภมีดาวศุกร์เป็นดาวประจำราศี ที่ถือเป็นดาวแห่งการสร้างสรรค์และความสวยงาม แต่มักจะเป็นราศีที่มีปัญหาเรื่องช่องคอและหู พืชผักที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ สามารถกลืน และย่อยอาหารได้ดีขึ้น ได้แก่ ชะเอม ผักโขม ผักชีฝรั่ง ผักชี หัวหอม และตังกุย

  • ราศีเมถุน (21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน)

ราศีเมถุนเป็นราศีที่อยู่ในธาตุลมมีดาวพุธเป็นดาวประจำราศี ซึ่งเป็นราศีที่มีปัญหาเรื่องปอด หัวไหล่ แขน และมือ หากคิดจะหาต้นไม้มาปลูกสักต้นควรจะเป็นต้นที่มีใบเลี้ยงเดี่ยวและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เช่น แครอท มะเขือเทศ ผักชีลาว ยี่หร่าฝรั่ง และชะเอมเทศ ที่นอกจากจะช่วยขับไล่อาการปวดเมื่อยต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถบรรเทาความเครียดไปพร้อมกันได้ด้วย

  • ราศีกรกฎ (21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม)

ชาวราศีกรกฎเป็นราศีแห่งธาตุน้ำมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำราศี ปัญหาสุขภาพที่พบเจอได้บ่อยสำหรับชาวราศีนี้ ได้แก่ โรคกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ตับ กะบังลม และการทำงานของระบบย่อยที่ผิดปกติ ให้เลือกผักสวนครัวประเภทฉ่ำน้ำมาปลูก ได้แก่ ผักกาดชนิดต่าง ๆ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี บลอกโคลี คะน้า เห็ด แตงกวา น้ำเต้า ฟักทอง และสะระแหน่ เป็นต้น

  • ราศีสิงห์ (23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม)

ราศีสิงห์อยู่ในธาตุไฟและมีพระอาทิตย์เป็นดาวประจำราศี มีสัญลักษณ์เป็นสิงโตที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของป่า ดังนั้นชาวราศีสิงห์จึงจำเป็นที่จะต้องดูแล หัวใจ ความดันโลหิต และเรื่องไขมันเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถบำรุงด้วยพืชผักที่มีสีเหลืองทองหรือสีส้ม เช่น ข้าวโพดอ่อน แครอท มะเขือเทศ ขิง และโป๊ยกั๊ก

  • ราศีกันย์ (23 สิงหาคม – 22 กันยายน)

ชาวราศีกันย์เป็นราศีแห่งธาตุดิน มีดาวพุธเป็นดาวประจำราศี และที่สำคัญยังถือเป็นเทพแห่งพืชพรรณ จึงเหมาะแก่การปลูกผักสวนครัวชนิดที่มีใบเป็นแฉก ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ หรือมีขนาดลำต้นค่อนข้างเล็ก ซึ่งจะส่งผลดีที่สุดกับชาวราศีนี้หากเป็นพืชที่มีธาตุโพแทสเซียมสูงและช่วยลดความเครียดไปพร้อมกัน เช่น แครอท ขิง สะระแหน่ ผักชีลาว และธัญพืช

  • ราศีตุลย์ (23 กันยายน – 22 ตุลาคม)

อีกหนึ่งราศีที่จัดว่าอยู่ในธาตุลม มีดาวศุกร์เป็นดาวประจำราศี ชาวราศีนี้เป็นพวกที่เครียดง่าย ส่งผลให้ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และมีปัญหากับระบบย่อยอาหารอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเหมาะกับการปลูกพืชผักที่กินแล้วช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และบำรุงร่างกายด้วยบรอกโคลี มะเขือม่วง ถั่ว ผักสลัดน้ำ ขิง แครอท กระเทียม และสะระแหน่

  • ราศีพิจิก (23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน)

ราศีพิจิกถือว่าเป็นราศีแห่งธาตุน้ำ มีดาวอังคารเป็นดาวประจำราศี ผักสวนครัวที่ควรนำมาปลูกจึงควรมีหนามแหลมและมีสีแดง หรือพืชพรรณที่กินแล้วช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย อย่างเช่น เห็ด พริก ฟักทอง สะเดา หัวหอม ต้นหอม กระเทียม โหระพา ขิง และผักชี ซึ่งผักสวนครัวเหล่านี้ยังช่วยทำให้รอบเดือนมาเป็นปกติ พร้อมทั้งมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงครรภ์ของคุณแม่ที่ตั้งท้องด้วย

  • ราศีธนู (22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม)

ราศีธนูเป็นราศีที่อยู่ในธาตุไฟ มีดาวพฤหัสบดีเป็นดาวประจำราศี พืชผักสวนครัวที่ชาวราศีนี้จะนำมาปลูกควรมีขนาดใหญ่ เด่นสะดุดตา มีกลิ่นหอม และควรเป็นผักที่ช่วยบำรุงตับและประกอบด้วยธาตุซิลิกาสูง อย่างเช่น หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ ผักสลัดน้ำ โป๊ยกั๊ก จันทน์เทศ และสะระแหน่

  • ราศีมังกร (22 ธันวาคม – 19 มกราคม)

ราศีแห่งธาตุดินอย่างราศีมังกรและมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำราศี ต้องปลูกผักที่มีพื้นผิวตะปุ่มตะป่ำและมีกลิ่นฉุน เน้นพืชพรรณที่เจริญเติบโตช้าและมีอายุยืนยาว ที่สำคัญควรเป็นพืชที่มีแคลเซียมสูง เพื่อบำรุงหัวเข่า ข้อต่อ กระดูก และฟัน ได้แก่ ผักโขม เห็ด บีท หัวผักกาด และธัญพืชต่าง ๆ

  • ราศีกุมภ์ (20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์)

ราศีกุมภ์ถือว่าเป็นหนึ่งในธาตุลม มีดาวยูเรนัสเป็นดาวประจำราศี เหมาะกับการปลูกผักที่อุดมไปด้วยน้ำหรือปลูกในน้ำ เพื่อบำรุงระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และบำรุงระบบหายใจ ได้แก่ ผักโขม ผักกาด มะเขือเทศ เห็ด ถั่ว มันฝรั่ง และกานพลู

  • ราศีมีน (19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม)

ราศีมีนจัดว่าอยู่ธาตุน้ำ มีดาวพฤหัสบดีเป็นดาวประจำราศี ซึ่งเป็นราศีที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มักมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง และอวัยวะส่วนล่างบ่อย ฉะนั้นพืชผักสวนครัวที่ควรปลูกจึงต้องมีลักษณะผลหรือลำต้นใหญ่ เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างหายาก และมักขึ้นอยู่ตามริมชายฝั่งทะเล ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด มะเขือเทศ ผักสลัดน้ำ จิงจูฉ่าย จันทน์เทศ และกานพลู

ที่มา : https://home.kapook.com

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

 

โครงการห่มดิน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในด้านต่างๆ มีมากมายเหลือคณา โดยเฉพาะ ด้านการเกษตร พระองค์ไม่เคยหยุดทรงคิด ริเริ่ม โครงการห่มดิน เพราะดิน คือจุดเริ่มต้นรน ของผลผลิตที่ดี

ดิน (Soil) ถือเป็นเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งเคียงคู่กับ “น้ำ” ในการทำเกษตร ต่อให้มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่มีดินที่เลว กล่าวคือ โครงสร้างแน่น อัดตัวเป็นก้อน ปราศจากซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช ก็เป็นการยากต่อการปลูกพืชไม่ว่าพืชชนิดใดๆ

การห่มดิน คืออะไร การห่มดิน คือ เป็นการป้องกันการระเหยของความชื้นที่อยู่ในดิน และเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จุลินทรีย์ชอบอยู่ในที่มืดที่มีความชุ่มชื้น ซึ่งจะทำให้จุลินทรีย์ทำงานและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะทำให้ดินมีความสมบูรณ์


การห่มดิน เป็นวิธีการป้องกันหญ้าที่ขึ้นในพื้นที่เราได้ด้วย เพราะหญ้าโดนคลุมไว้ก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้

การห่มดิน เป็นวิธีการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน หรือเป็นการปรับปรุงดินก่อนการเพาะปลูก ดินที่ดีสังเกตจะมีเชื้อราเกิดขึ้น และต้องใช้ร่วมกับ น้ำหมักชีวภาพ จะทำให้ดินมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปลูกหญ้าแฝกด้วย ใบแฝกก็ตัดมาห่มดินได้ ก็เป็นการดี

การห่มดินเพื่อให้จุลินทรีย์ในดินมีความอุดมสมบูรณ์ ถ้าเปลือยดินไว้จะทำให้จุลินทรีย์ตาย ต้นไม้จะไม่สามารถเจริญเติบได้

นักวิชาการเสริมอีกว่า การรักษาดินโดย (1) ไม่ซ้ำเติมดินคืนจุลินทรีย์ให้ดินช่วยปลุกพระแม่ธรณีคืนชีพ (2) ต้องมีความเข้าใจในพื้นที่แต่ละแห่งแล้วลงมือทำอย่างมีความหวังใบไม้แห้งกิ่งไม้แห้งที่ล่วงหล่นยามแล้งอย่ากวาดออกไปปล่อยให้ล่วงหล่นมาห่มดินให้ค่อยๆเรียกความชื้นเพิ่มขึ้นมา(3) ยามที่ฝนฟ้าคะนองเทน้ำมาให้ก็จำบังหน้าดินไม่ให้ถูกกระแทกอย่างรุนแรง แถมยังกักเก็บน้ำไว้ให้หน้าดินได้นาน (4) เมื่อมีความชื้นความอบอุ่นเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อยก็จะมาอาศัยอยู่สร้างกิจกรรมตามธรรมชาติแล้วจะนำมาการฟื้นแผ่นดิน ต่อมามีการศึกษาเรียนรู้ต่อยอดจากประสบการณ์นำแนวคิดการทำเกษตรผสมผสานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาปรับใช้ โดยการปรับคุณภาพดินด้วยการ “ห่มดิน” ด้วยฟางข้าว เป็นต้น เพื่อทำให้ดินมีชีวิต การรักษาไม้ยืนต้นเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่สวน และเสริมพันธุ์ไม้ใหม่ที่เหมาะสมกับพืชเดิมที่มีอยู่ ด้วยแนวคิดการปลูกพืช 5 ระดับ คือ พืชใต้ดิน พืชเลื้อย พืชพ้นดิน พืชยืนต้นระดับกลาง และไม้ยืนต้นระยะยาว ในพื้นที่เดียวกัน

โครงการห่มดิน

องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้าของชาวไทย มีแนวพระราชดำริที่สำคัญหลายโครงการในด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน “ทรงเป็นปราชญ์แห่งน้ำและดินแห่งโลก” ปี 2013 (พ.ศ.2556) ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติมีมติประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันดินโลก” และในปี 2015 (พ.ศ.2558) กำหนดให้เป็น “ปีแห่งดินสากล” วันนี้มาต่อในเรื่องแนวพระราชดำริ “โครงการห่มดิน”

ดินเป็นปัจจัยสำคัญในการกสิกรรม

ดิน (Soil) ถือเป็นเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งเคียงคู่กับ “น้ำ” ในการทำเกษตร ต่อให้มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่มีดินที่เลว กล่าวคือ โครงสร้างแน่น อัดตัวเป็นก้อน ปราศจากซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช ก็เป็นการยากต่อการปลูกพืชไม่ว่าพืชชนิดใดๆ ดินจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ หรือ “การกสิกรรม” หรือ “การเกษตรกรรม” การพัฒนารักษาคุ้มครอง “ดิน” การเพิ่มความอุ้มน้ำให้แก่ดิน เช่น การเติมอินทรียวัตถุให้แก่ดินเศษวัชพืช แกลบดิบ ถ้าประสบพบเจอกับอากาศที่หนาวเย็น แห้งแล้งก็ต้องรู้จักรักษาดิน [4] รักษาความนุ่มชุ่มชื้นจากอินทรียวัตถุจากตอซังฟางข้าว หรือเศษซากใบอ้อย ซึ่งรวม ๆ การกระทำดังกล่าวเป็นไปตามหลัก “กสิกรรมธรรมชาติ” หรือ “หลักการเกษตรชีวภาพ” 3 ประการคือ (1) การเลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช (2) การปรุงอาหารเลี้ยงดิน และ (3) การห่มดิน

ในหลวงทรงให้ความรู้เรื่องการห่มดิน

เพราะจะทำให้มีความชื้นค่อยๆ เกิดขึ้นที่หน้าดิน ในหลวงทรงรับสั่งให้ “ห่มดิน อย่าเปลือยดิน” [6] การทำให้โคนเตียนด้วยการถากเท่ากับเป็นการเปลือยดิน ทางที่ดี หากมีแรงจ้างตัดหญ้า น่าจะดี เพราะหญ้าที่ตัดจะเป็นอินทรียวัตถุให้ดินย่อยเป็นปุ๋ย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการดูแลและรักษาดินอีกทางหนึ่ง นั่นคือ “การห่มดิน” เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น จุลินทรีย์ทำงานได้ดี อันจะส่งผลให้ดินบริเวณนั้นทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดแร่ธาตุ ทั้งนี้การห่มดินมีอยู่ด้วยกันหลายวิธีการ เช่น ใช้ฟางและเศษใบไม้มาห่มดินหรือวัสดุอื่นตามที่หาได้ตามสภาพทั่วไปของพื้นที่, การใช้พรมใยปาล์ม (wee drop) ซึ่งทำมาจากปาล์มที่ผ่านการรีดน้ำมันแล้ว เริ่มจากการนำทะลายปาล์มมาตะกุยให้เป็นเส้น ๆ ก่อนจะเอาไปอัดให้เป็นแผ่นเป็นผ้าห่มดิน นอกจากประโยชน์ที่กล่าวไปแล้ว การห่มดินยังจะช่วยคลุมหน้าดินไม่ให้วัชพืชขึ้นรบกวนต้นไม้พืชหลักอีกด้วย หนาวแค่ไหนไม่กลัว

“วันดินโลก (World Soil Day)”

คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลก 60,000 คน จะเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี ซึ่งนักปฐพีวิทยาของไทยทุกคนภาคภูมิใจ เนื่องจากวงการปฐพีวิทยานานาชาติ มีฉันทานุมัติเลือกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันดินโลก และนักปฐพีวิทยาของไทยมีส่วนร่วมในการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

การเกิดขึ้นของ “วันดินโลก (World Soil Day)” มีความเกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Science : IUSS) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) จึงควรบันทึกจุดเริ่มต้นและความเป็นมาของ “วันดินโลก” เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับทราบอย่างถูกต้อง


IMAGE : องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ข้อมูลที่มา : โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15/ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

 

รีวิว พี่วรรณ ปลูกดอกดาวเรือง

ปลุกไม้ดอก ปลูกอะไรดี วันนี้เรามีหนึ่งในทางเลือก ให้ เพื่อนเกษตรกร ดอกดาวเรือง Continue reading

“ห่มดิน” ด้วยฟางข้าว คืนของขวัญให้ดิน

“ห่มดิน” ด้วยฟางข้าว เพื่อทำให้ดินฟื้นสภาพนอกจากนั้นเป็นการฟื้นธาตุอินทรีย์ให้ดินแล้ว Continue reading

ไร่เทพแจกจริง..ได้จริงไม่ต้องรอ

🎉 ไร่เทพแจกจริง..ได้จริงไม่ต้องรอ..🎉 ขอแสดงความยินดีกับตัวแทนจำหน่าย

คุณวริษรา เครือสุคำ ร้านสำเร็จการเกษตร จ.ลพบุรี

 



⭐️ใช้คะแนนสะสม 15,000 คะแนน ⭐️ แลกรับทองคำแท่ง หนัก 1 บาท

👉 อัพเดตรายการของรางวัลใหม่ประจำปี 2020 โดยคลิกที่ลิงค์ใต้โพสต์ได้นะครับ
เช็คคะแนน หรือ แลกของรางวัล
https://raithep.com/สะสม-คะแนน/


ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา

ประมวลภาพกิจกรรม ไร่เทพออนทัวร์ ม่วนตามคำผุน

ประมวลภาพบรรยากาศงาน “ไร่เทพออนทัวร์ ม่วนตามคำผุน” ที่ทางอาหารเสริมพืช ไร่เทพ
ได้จัดกิจกรรมออนทัวร์ พบปะพี่น้องเกษตรกร และครังนี้ไร่เทพ มีแต่ให้เช่นเดิม
ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า ให้ร่วมเล่นเกมส์ ให้ของรางวัล ให้พี่ๆ น้องๆ แบบจัดหนัก จัดเต็ม ใครไม่ได้กลับไปนี่ แปลว่า ไม่ได้มาที่บูธไร่เทพ
ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร บุรีรัมย์ ได้ม่วนน…ชื่น กันขีดสุด

ขอขอบคุณพี่ๆ เกษตรกรทุกท่าน ที่ให้ความสนใจมาเล่นเกมส์ ร่วมซักถาม และ ร่วมกิจกรรม กันอย่างล้นหลาม

กิจกรรม “ไร่เทพออนทัวร์ ม่วนตามคำผุน”ครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหน จ. อะไร โปรดติดตามกันได้นะค๊าบบบบบ