Category Archives: บทความ

ต้นไม้มงคลประจำ 12 ราศี

มาดูกันว่าราศีของคุณควรปลูกต้นไม้แบบไหน วันนี้ไร่เทพอาหารเสริมพืชจะพามาดูกัน สามารถต้นไม้ของคุณได้อย่างเจริญงอกงามด้วยไร่เทพอาหารเสริมพืชและดินเทพ

ราศีมังกร

“เขียวหมื่นปี” ถือเป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะทำให้มีอายุยืนยาว เป็นไม้มงคลประจำราศีมังกร ♑
.
ชาวราศีมังกรเป็นคนที่มีความมานะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ไม่ชอบการอยู่เฉย ๆ ว่างเมื่อไรต้องหาอะไรมาทำตลอดเวลา เหมาะกับการปลูกต้นเขียวหมื่นปี เพราะเป็นต้นที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก แค่หมั่นใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำเดือนละครั้ง แถมยังปรับตัวได้ดีทุกสภาพอากาศ แม้ไม่เคยเลี้ยงต้นไม้มาก่อนก็ปลูกได้สบาย ♻️

ราศีกุมภ์

🌸“เฟื่องฟ้า” เป็นพรรณไม้ที่สามารถสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น และเมื่อดอกเฟื้องฟ้าบาน เชื่อว่าจะแสดงถึงชีวิตที่สดใสเบิกบาน สว่าง รุ่งเรือง และความก้าวไกลแห่งชีวิต
.
ชาวราศีกุมภ์ ♒ เป็นผู้ที่มีพลังความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ สามารถทำงานได้ในทุกสถานที่ ทุกสถานการณ์และทุกเวลา ชอบความเป็นอิสระ และมักจะรำคาญกับคนรอบข้างที่จู้จี้ขี้บ่น หรือชอบบงการ

ราศีมีน

“กล้วยไม้” คนโบราณเชื่อว่าจะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม เหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน
.
ชาวราศีมีน ♓ มีอุปนิสัยอ่อนโยนและเป็นผู้มีน้ำใจโอบอ้อมอารีไม้ที่ช่วยเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง และให้โชคลาภ เป็นผู้มีความเป็นอัจฉริยะ มีความคิดและมีสติปัญญาที่ดี เป็นผู้มีพลัง มีความทะเยอทะยาน ดิ้นรน และก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ราศีเมษ

“มะยม” ปลูกแล้วจะทำให้มีคนนิยมชมชอบ 😘
มีเมตตามหานิยม ผู้เกิดราศีเมษ♈ คือเป็นผู้มีความกระตือรือร้น ทะเยอทะยาน เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ทำงานก้าวหน้า จะประสบความสำเร็จในชีวิตแน่นอน เมื่อพบอุปสรรคมักแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี 🤓

ราศีพฤษภ

“โมก” ดอกสีขาวของโมกจะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์สดใส😇 และโบราณยังเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวงจากภายนอก🙏
และควรปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านและควรปลูกในวันเสาร์ ชาวราศีพฤษภ เป็นผู้มีความตั้งใจในการทำงานสูง มีความจริงใจ และมีมิตรภาพที่ดี มีจิตใจกว้างขวาง ยินดีช่วยเหลือเมื่อมีผู้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือด้วยวาจาที่อ่อนหวาน พื้นดวงจะไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรโลดโผน

ราศีเมถุน

“โป๊ยเซียน” ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย🙏 ถ้าปลูกออกดอกได้มากกว่า 8 ดอก ผู้ปลูกและคนในบ้านจะมีโชคลาภ และยังเชื่อว่าโป๊ยเซียนช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข 😇
.
ชาวราศีเมถุน♊ เป็นคนขี้เบื่อไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ ชอบสิ่งใหม่ๆ จึงรักการเดินทางท่องเที่ยว ดิ้นรน บวกกับเป็นคนที่มีพลังในการสร้างสรรค์สูง แต่ขาดความรอบคอบ จึงมักจะเป็นผู้นำเพราะหากเมื่อใดที่เป็นผู้ตามจะรู้สึกอึดอัด ชอบชีวิตธรรมชาติและรักความยุติธรรม

ราศีกรกฎ

“ชมพู่” ช่วยให้อุดมทรัพย์ มั่งมีเงินทอง วาสนา😎 ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวังนำพามาซึ่งความร่มเย็น เป็นสุข
จะช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน
.
ผู้ที่เกิดราศีกรกฎ ♋ มักเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เนื่องจากเป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร และอดทนเป็นที่หนึ่ง

ราศีสิงห์

“จำปี” ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ 🎯
.
อุปนิสัยของชาวราศีสิงห์ ♌ ชอบสิ่งที่ท้าทายความสามารถ สู้ปัญหา มีความเข้มแข็งและไม่ชอบให้ใครข่ม ชอบทำอะไรออกหน้า เป็นผู้นำเสมอ ชาวราศีสิงห์เป็นคนที่มีบุคลิกภาพโดดเด่น สง่างาม หลงตัวเอง เอาแต่ใจ มีอารมณ์แปรปรวนไม่ค่อยแน่นอน

ราศีกันย์

“ราชพฤกษ์” ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและบารมี😘 ทำให้เกิดความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู มีพลังแข็งแรงในตนเอง👏
.
แม้จะพบกับอุปสรรคล้มลุกคลุกคลานหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็สามารถยืนหยัดขึ้นได้ด้วยตนเองคือจุดเด่นของชาวราศีกันย์ ♍

ราศีตุลย์

“เฟิร์นข้าหลวง” จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศ👏 แก่ผู้ปลูก อุปนิสัยของผู้ที่เกิดราศีตุลย์ ♎ เป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง เจ้าหลักการ มีเหตุมีผล ตัดสินใจช้าเพราะมักจะพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ ชาวราศีตุลย์เป็นผู้ที่มีพลังเข็มแข็งและ มีความรับผิดชอบสูง

ราศีพิจิก

“ขนุน” ช่วยให้เกิดความรุ่งเรืองมั่นคง เป็นไม้มงคลแต่โบราณ เชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะช่วยหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ
.
วัยเยาว์ชาวราศีพิจิก♏ จะเป็นคนลำบากมาก่อน แต่เมื่อเติบโตจะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความสามารถ ชอบความท้าทาย และไม่ยอมแพ้ต่อใครหรือสิ่งใดง่ายๆ เป็นคนอารมณ์แปรปรวน บางทีก็ใจเย็นดี แต่บางทีก็ใจร้อนมาก เป็นคนมีจิตใจดี มีความเมตตาสูง

ราศีธนู

“บัว” บ้านใดปลูกบัว จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ เบิกบาน☀️ ทำให้คนในครอบครัวมีความห่วงใยผูกพันกัน
♐ อุปนิสัยของชาวราศีธนู เป็นผู้ที่มีเชื่อมั่นในตัวเองสูง ดื้อรั้น มีพลังแห่งความแข็งแกร่ง มีความสามารถและมองการณ์ไกล จึงทำให้สร้างฐานะได้ด้วยตัวเอง ทุกย่างก้าวในชีวิตจะมั่นใจว่าต้องได้มาด้วยชัยชนะ ชอบที่จะมีชื่อเสียง เกียรติยศ มีโลกทัศน์ที่ดี และมองโลกในแง่ดี

ประโยชน์ของ 3 ส่วนผสมหลักของไร่เทพ

ไร่เทพ เป็นอาหารพืชสูตรผงนาโน ปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นสูตรพิเศษที่มีการเสริมคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความเข้มข้น และมีประโยชน์ต่อพืชมากยิ่งขึ้น    โดย 1 ซอง ประกอบไปด้วย    สารฮิวมิค    สาหร่ายทะเล  สารฟูลวิค   กรดอะมิโน   จากสัตว์ทะเล และสารวิตามิน   สังเคราะห์จากประเทศอิสราเอล มาดูกันว่าส่วนผสมหลักๆ ของไร่เทพนั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

กรดฮิวมิก

สมบัติที่สำคัญของ”กรดฮิวมิก” จะมีผลอย่างมาก
ต่อการปรับปรุงดินโดยเฉพาะสมบัติทางเคมี
ของดินก็คือ
.
กรดฮิวมิกเป็นสารที่มีความจุในการแลกเปลี่ยน
ไอออนบวกสูงมาก ทำให้ถ้าใส่กรดฮิวมิก
ลงไปในดินในปริมาณมากจะมีผลทำให้ดิน
มีค่าความจุในการแลกเปลี่ยนไอออนบวกรวมสูงขึ้นได้ไม่มากก็น้อย
.
และทำให้ดินมีความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความเป็นกรด-ด่าง ของดินสูงขึ้นด้วย
.
นอกจากนั้นยังสามารถดูดซับธาตุอาหารพืชที่มีประจุบวก เช่น โพแทสเซียม หรือดูดซับกับธาตุโลหะ เช่น เหล็ก แมงกานีส สังกะสี

กรดฟูลวิค

กรดฟูลวิคมีฤทธิ์ในการช่วยละลายแร่ธาตุและโลหะได้ดี ทำให้พืชดูดซึมปุ๋ยได้ดีขึ้น

โดยกรดฟูลวิคจะแปลงแร่ธาตุและโลหะเหล่านี้ให้กลายเป็นสารเชิงซ้อนร่วมกับโมเลกุลของมัน จนเปลี่ยนคุณสมบัติของแร่โลหะเดิมไปอยู่ในรูปแบบที่พร้อมจะถูกดูดซึมได้ นอกจากนี้ยังแปรสภาพ วิตามิน(vitamins)  เอนไซม์ร่วม(coenzymes)  ออกซิน(Auxin) ฮอร์โมน(hormones)  และสารปฏิชีวนะธรรมชาติ(natural Antibiotics) ที่อยู่อยู่ในดินทั่วไปให้อยู่ในลักษณะพร้อมใช้สำหรับพืชสารทั้งหมดดังกล่าวนี้มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นการเจริญเติบโตที่แข็งแรงและสมบูรณ์แก่พืชเป็นอย่างมาก

กระตุ้นการสังเคราะห์ด้วยแสง

เมื่อมันช่วยละลายแร่ธาตุและโลหะ เหล็กและแมกนีเซียมก็จะถูกละลายด้วย ซึ่งไอออนทั้งสองชนิด สำคัญมากกับกระบวนการการสังเคราะห์ด้วยแสง เมื่อกรดฟูลวิคได้ส่งเสริมการลำเลียงไอออนทั้งสองชนิดนี้จากดินสู่พืช มันจึงช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์ด้วยแสง นั่นจึงทำให้พืชผลิตอาหารได้ดีขึ้น

ช่วยให้พืชแข็งแรงขึ้น

เมื่อพืชรับแร่ธาตุได้เยอะแล้วก็สังเคราะห์ด้วยแสงได้ดี ก็จะยิ่งช่วยให้พืชทนทานต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสภาวะดินเค็ม ความเป็นกรด-ด่าง สภาวะอากาศต่าง ๆ รวมถึงศัตรูพืชด้วย

กรดแอล-อะมิโน

ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในพืช

การเติมกรดแอลอะมิโนให้พืชนั้น ช่วยส่งเสริมให้ทุกระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบโครงสร้าง การสืบพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกันและการขนส่งสารอาหาร ส่งผลให้พืชสุขภาพดี มีผลผลิตที่มีสารสำคัญอันเป็นประโยชน์ ทั้งยังลดความเครียดของพืชอีกด้วย

ผนังเซลล์แข็งแรงด้วยแหล่งไนโตรเจนแบบออร์กานิค

กรดแอล-อะมิโน และสารออร์กานิคอื่นๆ ประกอบด้วยไนโตรเจน ซึ่งจะถูกปลดปล่อยและนำไปใช้ในพืช ซึ่งบางส่วนก็จะถูกนำไปสังเคราะห์โปรตีนและกรดอะมิโนในแบบที่มันต้องการอีกทีหนึ่ง การให้ปุ๋ยไนเตรตและแอมโมเนียสร้างการเติบโตที่รวดเร็ว แต่ก็ทำให้ผนังเซลล์พืชบางลง ทำให้พืชอ่อนแอ ดังนั้นจึงควรให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับกรดอะมิโนจะทำให้ผนังเซลล์พืชแข็งแรง

ช่วยให้แร่ธาตุที่จำเป็นอยู่ในรูปที่พืชดูดซึมได้

อีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญมากของกรดแอล-อะมิโน เสมือนใส่ถุงบรรจุภัณฑ์ที่ดี ทำให้พืชดูดซึมหรือขนส่งแร่ธาตุได้อย่างง่ายดาย

จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต เร่ง ราก ดอก ผล

ฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารหลักของพืช มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการสร้างผลผลิตที่สำคัญ เพราะฟอสฟอรัสเป็นที่พบอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์และโครโมโซม เป็นส่วนประกอบของ DNA และ RNA เป็นกุณแจสำคัญในขบวนการหายใจ สังเคราะห์ด้วยแสง เพื่อสร้างแป้ง โปรตีนและไขมัน ฉะนั้น ฟอสฟอรัสมีผลต่อการงอกของราก ของดอก การสร้างหัวและการสุกของผล
.
ดินส่วนมากมีฟอสฟอรัสทั้งรูปแบบอินทรีย์และอนินทรีย์ แต่จะอยู่ในรูปที่พืชไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จำเป็นต้องถูกปลดปล่อยออกมาก่อน
.
“จุลินทรีย์ละละฟอสเฟต” สามารถละลาย ไตรแคลเซียม อลูมินัม และเหล็กฟอสเฟต เช่นเดียวกับที่สามารถละลายหินฟอสเฟตได้ เป็นผลให้ได้ฟอสฟอรัสในดินที่อยู่ในรูปแบบที่พืชนำไปใช้งานได้
 
สามารถตามไปอ่าน บทความที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ในดินต่างได้อีก

นอกจากนี้ สามารถตามไปอ่าน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ “ปุ๋ยชีวภาพและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ” ของกรมวิชาการเกษตร เพิ่มเติมได้

เชื้อราไมคอร์ไรซา ต่อแขนขาให้พืชยืดยาว

รู้หรือไม่ “ไมคอร์ไรซา” มันช่วยพืชได้เยอะมากเลย เช่นเพิ่มพื้นที่ในการดูดซึมน้ำและแร่ธาตุ โดยเฉพาะธาตุที่ดูดซึมยากๆ เช่นฟอสฟอรัส ดังนั้นก็จะทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชทนต่อโรครากเน่าโคนเน่า แล้วก็ใช้ร่วมกับสารเคมีทางการเกษตรบางชนิดด้วยเพราะว่ามันมีความทนทาน

.

“ไมคอร์ไรซา” เป็นจุลินทรีย์ในดิน ประเภทเชื้อรา อาศัยอยู่บริเวณรากพืชและเจริญเข้าไปในรากโดยไม่ทำร้ายพืช โดยสิ่งมีชีวิตทั้งสองอยู่กันแบบพึงพาอาศัย ไมคอร์ไรซาช่วยดูดซึมสารอาหาร ส่วนพืชก็จะสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างแป้งและน้ำตาล ไปให้ไมคอร์ไรซ่าเจริญเติบโต

.

สามรถไปตามอ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ในดินอื่นๆ ได้

เช่น ไรโซเบียม

นอกจากนี้ เรายังรวมรวมงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับ ไมคอร์ไรซา

ไว้ดังต่อไปนี้

การจำแนกและคัดเลือกราไมคอร์ไรซาที่มีผลต่อการงอกของกล้วยไม้

การควบคุมโรคลำต้นเน่าของปาล์มน้ำมันโดยชีววิธี

การศึกษาชนิดราไมคอร์ไรซ่ากล้วยไม้ใกล้สูญพันธุ์และการใช้ประโยชน์

ปลูกถั่วเหลือง ไรโซเบียมเอาอยู่!

      มีการวิจัยหนึ่ง จากนักวิชาการโรคพืช งานจุลินทรีย์ดิน กองปฐพีวิทยา กรมวิชาการเกษตร เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 (เกือบ 50 ปีมาแล้ว) ที่จังหวัด ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งผลการทดลองนั้นปรากฏว่า การใส่เชื้อไรโซเบียมให้กับถั่วเหลืองอย่างเดียวสามารถทำให้ผลผลิตสูงเท่าๆกัน กับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างเดียว และการใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันก็ไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นของผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ในบางพื้นที่ การใช้ไรโซเบียมอย่างเดียวนั้นกลับได้ผลผลิตเยอะกว่าอีกด้วย!

ใครอยากอ่านงานวิจัยอายุ 50 ปีนี้ ตามกันไปได้ที่ : การเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองโดยการใช้เชื้อไรโซเบียมและปุ๋ยไนโตรเจน นอกจากนี้ยังมีบทความเรื่อง การปลูกถั่วเหลือฝักสดหรือถั่วแระญี่ปุ่น ให้ไปศึกษากันเพิ่มอีกด้วย

บทความนี้ ฤทธิรอนขอนำเสนอ การเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงดินด้วยจุลินทรีย์ไรโซเบียมกันครับ

ไรโซเบียม คืออะไรและทำหน้าที่อะไร

ไรโซเบียมเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่าจุลินทรีย์ในดิน มีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนลงสู่พื้นดินและเข้าไปอยู่ร่วมกับพืชตระกูลถั่วบริเวณรากของมัน จึงมักถูกเรียกว่า “จุลินทรีย์ปมรากถั่ว”

ขอบคุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร

การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณที่สูงเกินไปนั้น อาจทำให้เกิดการสูญเสียไนโตรเจนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเกิดจากการชะล้างของฝน หรือ การเปลี่ยนกลายเป็นก๊าซไนโตรเจน ลอยกลับสู่อากาศ 

นอกจากนี้ แท้จริงแล้วไรโซเบียมไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไนโตรเจนและมันก็ยังคงสร้างปมรากได้ดีแม้ดินนั้นจะไม่ค่อยมีไนโตรเจนมากนัก แต่ที่สำคัญ คือมันทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการส่วนตัวของพืชตระกูลถั่ว ทันทีที่ถั่วต้องการไนโตรเจน เช่น ระยะเริ่มติดฝัก ไรโซเบียมก็จะจัดการตรึงไนโตรเจนส่งไปยังเมล็ดโดยตรงทันที! ซึ่งต่างจากไนโตรเจนที่ได้จากปุ๋ย มันจะถูกส่งไป”เปลี่ยนรูปแบบ” ที่ใบก่อน แล้วจึงค่อยส่งมาที่เมล็ด ดังนั้น เมื่อถั่วเหลืองมีปมอยู่ที่ราก ไรโซเบียมก็จะทำหน้าที่ของมัน ทำให้เมล็ดสมบูรณ์และผลผลิตสูง (นักวิจัยยังบอกว่า การใส่ปุ๋ยในช่วงแรก จะทำให้พืชเขียวจริง แต่ก็ไม่ได้การรันตีในเรื่องของผลผลิต)

ด้วยข้อเท็จจริงข้างต้น จึงไม่แนะนำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนกับการปลูกถั่ว แต่แนะนำให้ใช้เชื้อไรโซเบียมแทน

ถั่วเหลืองฝักสด ปลูกทดแทนข้าวนาปรัง

ในขณะที่ดอกเบี้ย จากหนี้เก่าของค่าปุ๋ยจากการปลูกข้าวรอบที่แล้ว กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าข้าวที่ฉีดไร่เทพ ชาวนาก็ต้องมาปวดหัวอีกรอบว่า ข้าวนาปรังครั้งนี้เอายังไงดี ครั้นจะลงทุนปลูกข้าวอีกทีก็รู้สึกเข็ดขยาด ครั้นจะปล่อยทิ้งให้ที่นาว่างเปล่า ก็เสียโอกาสโดยใช่เหตุ อย่ากระนั้นเลย วันนี้ฤทธิรอน ของอาสาหาข้อมูลมาแบ่งบันกับพี่น้องชาวนา ให้หันมาปลูก ถั่วเหลืองฝักสดแทนการปลูกข้าวนาปรังกันครับ

เก็บเกี่ยวไว (สั้นกว่าเท่าตัว) ใช้น้ำน้อย (กว่า 5 เท่า)

ถั่วเหลืองฝักสด (ถั่วแระญี่ปุ่น) เป็นพืชอายุสั้น อายุการเก็บเกี่ยวเพียง 68-70 วัน ในขณะที่ข้าวนาปรังมีอายุเก็บเกี่ยว 120 วัน ต่างกันเท่าตัว อีกทั้งยังเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เพียง 300 ลบ.ม ต่อไร่ น้อยกว่าข้าวนาถึง 5 เท่า คือ 1500 ลบ.ม. เหมาะมากสำหรับช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

แก้ดินเสื่อม เสริมไนโตเจน

การทำนาอย่างต่อเนื่องโดยปีหนึ่ง 2-3 ครั้งนั้น ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม การปลูกพืชหมุนเวียน จึงเป็นทางออก นอกจากนี้พืชตระกูลถั่วนั้นยังมีจุลินทรีย์ในปมราก (ไรโซเบียม) ช่วยตรึงไนโตเจนลงสู่พื้นดิน และหลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ยังสามารถไถ่กลบ กลายเป็นปุ๋ยพืชสด  ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุลงในดินอีกด้วย

หากเกษตรกรท่านใดสนใจวิธีปลูกถั่วเหลืองฝักสดโดยละเอียดสามารถไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่:

เอกสารเผยแพร่ อันดับที่ 50 โดย ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม พิมพ์ ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2538

http://eto.ku.ac.th/neweto/e-book/plant/rice/soybean.pdf

 

นอกจากนี้ยังสามารถ รับชมข้อมูลการปรับปรุงดินเพื่อการเพาะปลูกได้ตามลิ้งนี้

การปรับปรุงดินเพื่อการเพาะปลูก

เทคนิคเพิ่มผลผลิต กับไร่เทพ

📣เทคนิคเพิ่มผลผลิต กับไร่เทพ

📣การใช้ไร่เทพในมันสำปะหลัง

📌การเตรียมดิน
– ไถดินด้วยผานไถ (disk plows) ผาน 3 โดยลงให้ได้ความลึกที่สุด จากนั้นจึงไถดะด้วยผาน 7 โดยการไถให้ลึกมีผลต่อการลงหัวของมันทำให้การเจริญเติบโตของหัวทำได้ดีทั้งการลงลึก และแผ่กว้างด้านข้าง
– กรณีที่ดินเป็นดินทราย ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ในร่อง หรือมูลสัตว์ประเภทมูลวัวแห้งเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน หรือ ทำการพ่น ไร่เทพ โดยการผสม ไร่เทพ 4 ซองต่อน้ำ 200 ลิตร โดยควรพ่นลงดินก่อนลงท่อนพันธุ์ สำหรับประโยชน์ทางตรงของไร่เทพต่อดิน ได้แก่ ช่วยเพิ่มคุณสมบัติทางกาย ภาพเคมี และจุลชีววิทยาของดิน รักษาเสถียรภาพ และโครงสร้างของดิน อีกทั้งช่วยดูดซับยาปราบศัตรูพืช เป็นการสลายฤทธิ์ของยาดังกล่าวได้
📌การเตรียมท่อนพันธุ์
เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะมีผลต่อการงอกและผลผลิตระยะยาว โดยต้องเลือกพันธุ์ที่สด ตัดทิ้งก่อนปลูกไม่เกิน 15 วัน
– นำมาตัดเป็นท่อนความยาวแต่ละท่อน 20-50 ซม ขึ้นอยู่กับระยะห่างของตา แต่ 1 ท่อนควรมีตาไม่น้อยกว่า 5 ตา
– ให้ผสมไร่เทพ 1 ซองต่อน้ำ 100 จากนั้นแช่ท่อนพันธุ์ 3 – 6 ชั่วโมง โดยสามารถผสมร่วมกับสารป้องกันเชื้อราในท่อนมัน และสารป้องกันแมลง
– การปักท่อนพันธุ์ ให้ปักลึกลงดินประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวท่อน โดยระยะห่างระหว่างท่อนประมาณ 80 เซนติเมตร สำหรับมุมการปัก อยู่ระหว่าง 90 องศา ถึง 45 องศา กับพื้นดิน (จากงานวิจัยพบว่ามุม 45-90 องศา การงอกและผลผลิตไม่แตกต่างกัน) สำหรับการปลูกแบบฝั่งทั้งท่อน สามารถทำได้เช่นกัน แต่จากงานวิจัยพบว่า จะได้ผลผลิตน้อยกว่าการปักข้างต้น 10-15% ทั้งนี้การเลือกวิธีการฝังหรือการปักท่อนพันธุ์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องความสะดวกและเครื่องมือในการปลูกด้วยเช่นกัน



📌การให้ปุ๋ย และการฉีดพ่นไร่เทพ
ไร่เทพชนิดผงสีดำ มีความสามารถในการช่วยให้พืชมีการกระจายระบบรากที่ดี และช่วยให้พืชดูดจับปุ๋ยและธาตุอาหารได้ดีกว่าเดิม ซึ่งหมายถึง ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ หรือในทางวิชาการเรียกว่า การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกร ต้องการใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี สามารถทำได้ดังนี้
📌การฉีดพ่นครั้งที่ 1
หลังจากปลูก 20-30 วัน เพื่อช่วยการเจริญเติบโตทางใบควรฉีดพ่นไร่เทพ อัตราส่วน 1 ซองต่อน้ำ 100 ลิตร เน้นบริเวณที่ปักชำท่อนพันธุ์ กรณีปลูกแบบฝั่งกลบ ฉีดพ่นครั้งที่ 1 หลังปลูก 35-45 วัน กรณีที่ต้องการใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี ควรใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง ได้แก่ 46-0-0 ผสมกับ 15-15-15 อัตราส่วน 1:2 ** โดยเทคนิคที่สำคัญคือ การใส่ปุ๋ยเคมีก่อน (ห่างจากโคนต้นมันสำปะหลังไม่ควรกองชิดติดโคน) จากนั้นไม่เกิน 1-2 วันจึงฉีดพ่นไร่เทพ จะทำให้ดินได้รับความชื้นทำให้พืชใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📌การฉีดพ่นครั้งที่ 2
เมื่อมันสำปะหลังอายุ 60 – 80 วัน เป็นช่วงที่มันสำปะหลังเตรียมต้นเพื่อจะเข้าสู่ระยะลงหัว (เป็นระยะที่สำคัญมาก) ให้ผสมไร่เทพ 1 ซองต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่น ในช่วงนี้หากสามารถกำจัดวัชพืชก่อนจะทำให้มันสำปะหลังได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ และป้องกันการแย่งกินธาตุอาหารในดิน สำหรับการใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี สามารถทำได้โดย การใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ร่วมกับปุ๋ยสูตร 0-0-60 อัตราส่วน 1:2 ** โดยเทคนิคที่สำคัญคือ การใส่ปุ๋ยเคมีก่อน (ห่างจากโคนต้นมันสำปะหลังไม่ควรกองชิดติดโคน) จากนั้นไม่เกิน 1-2 วันจึงฉีดพ่นไร่เทพ จะทำให้ดินได้รับความชื้นทำให้พืชใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📌การฉีดพ่นครั้งที่ 3
เมื่อมันสำปะหลังอายุ 150 – 180 วัน เมื่อมันสำปะหลังสะสมอาหารที่ระบบรากแล้ว ระยะที่ 3 นี้เป็นการบำรุงต้นและ เพิ่มความต่อเนื่องในการเจริญเติบโต โดยระยะนี้ อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี ทางดิน สามารถฉีดพ่น ไร่เทพได้เพียงอย่างเดียว ผสมไร่เทพ 1 ซองต่อน้ำ 100 ลิตร

📌อธิบายเพิ่มเติม
– กรณีที่ต้องการเพิ่มผลผลิตเป็นพิเศษ สามารถปรับ ช่วงระยะเวลาการฉีดพ่น เป็นทุกๆ 14-30 วัน จะช่วยให้ระบบหัว การสะสมแป้ง และน้ำหนัก นอกจากนี้
– สำหรับการเก็บผลผลิตมันสำปะหลังระยะสั้น (อายุ 6 เดือน) แนะนำให้ ฉีดพ่นครั้งแรกเมื่อ มันสำปะหลังอายุ 15-20 วัน ครั้งที่ 2 อายุ 30-40 วัน ครั้งที่ 3 อายุ 60-80 วัน และ หลังจากนั้นฉีดพ่น ทุกๆ 1 เดือน จะช่วยเพิ่มการสร้างแป้งในมันสำปะหลัง
– การฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้น ในการณีที่เกิดศัตรูพืช เช่น เพลี้ยแป้ง สามารถผสมไร่เทพกับยาปราบศตรูพืช หรือแม้แต่เชื้อราบิวเวอเรีย ได้ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการฉีดพ่นรวมในครั้งเดียว รวมทั้งช่วยให้พืชฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ถ้าต้องการผลผลิตเพิ่ม ต้องเริ่มที่ไร่เทพ นะครับ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Website: https://raithep.com/
Youtube : https://bit.ly/2GE2Z0t
💬M.me/RaithepNano
Line id : http://line.me/ti/p/[email protected]
🏬Shopee.co.th/raithep_thailand
🛒Lazada.co.th/raithep-nano
Tel. : 098-280-8200
—————————-
#กระท่อม #ใบกระท่อม #เกษตรกร #ปุ๋ย #ปลูกพืช #เพิ่มผลผลิต #ชาวนา #ไร่เทพ #เคล็ดลับ #อาหารเสริมพืช #พืชไร่ #พืชสวน #โรคพืช #ชาวไร่ชาวนา #ข้าว #นาข้าว #ซื้อเยอะต่อรองได้ #ราคาพิเศษ #ประสบการณ์จริง #อาหารเสริมของพืช #ฮิวมิค

โรคพืชยอดฮิตในฤดูฝน

 
 
✍โรคราน้ำค้าง
ลักษณะอาการ : ใบจะเป็นจุดละเอียดสีดำอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ด้านใต้ใบ จุดเหล่านี้จะมีราสีขาวอมเทาอ่อน คล้ายผงแป้งขึ้นเป็นกลุ่มๆ กระจายทั่วไป มีแผลเกิดก่อนแล้วลุกลามขึ้นไปยังใบที่อยู่สูงกว่า ใบที่มีเชื้อราขึ้นเป็นกลุ่มกระจายเต็มใบจะมีลักษณะเหลืองและใบจะร่วงหรือแห้ง
การระบาด : ระบาดได้ตั้งแต่ระยะที่เป็นต้นกล้าจนเจริญเติบโตเต็มที่ สร้างความเสียหายมากเพราะทำให้ใบเสีย เจริญเติบโตช้า ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะต้องตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง
การป้องกันกำจัด : ให้ฉีดพ่นด้วยชีวภัณฑ์ ป้องกันกำจัดเชื้อราไตรโคเดอร์มา สลับกับบีเอส ซึ่งใช้ได้ระยะที่ยังเป็นต้นกล้า – ระยะการเติบโต
 
 
✍โรคเน่าคอดิน
ลักษณะอาการ : เกิดเฉพาะในแปลงต้นกล้า เนื่องจากการหว่านเมล็ดที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก เนื้อเยื่อตรงแผลจะเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหัก พับ ต้นเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว
เชื้อแพร่ระบาดได้โดย : เชื้อราติดมากับเมล็ด หรืออยู่ในดิน น้ำ ฝน
การป้องกันกำจัด :
– เตรียมแปลงให้มีการระบายน้ำดี อย่าให้น้ำขังแฉะในแปลง ใช้เมล็ดพันธุ์ดีไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ติดมากับเมล็ด และมีความงอกสูง ไม่หว่านเมล็ดแน่นเกินไป
– ก่อนปลูกคลุกเมล็ดด้วยสารชีวภัณฑ์ อัตรา 100 กรัม : เมล็ด 1 กิโลกรัม
– สำหรับแปลงปลูกให้ปรับดินด้วยปูนขาว และปุ๋ยอินทรีย์ให้มาก ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ผสมกับดินปลูก
– ตรวจแปลงสม่ำเสมอพบต้นเป็นโรค รีบขุดเอาดินและต้นเป็นโรคทำลายหรือฝังลึกนอกแปลง
 
 
✍โรคราสนิมขาวในผัก
ลักษณะอาการ : มีจุดสีเหลืองซีดด้านบนของใบ ด้านใต้ใบตรงกันข้าม จะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ขนาด 1-2 มิลลิเมตร อาจพบลักษณะปุ่มปม หรือบวมพองโตขึ้นในส่วนของก้านใบและลำต้น
การป้องกันกำจัด :
– หากเกิดโรคระบาด ให้ฉีดพ่นให้ใบด้วยไตรโคเดอร์มา สลับ กับ บีเอส อัตราที่แนะนำ หากมีฝนตกซุกให้ผสมสารจับใบ
– คลุกเมล็ดก่อนปลูกด้วยไตรโดเตอร์มา และเลือกใช้เมล็ดจากแหล่งที่ไม่มีโรคระบาดมาก่อน
– ดูแลระบบการให้น้ำในแปลงปลูก อย่าให้ขึ้นแฉะจนเกินไป
 
✍โรคใบจุด
ลักษณะอาการ : ในตันกล้าจะพบจุดแผลเล็กๆ สีน้ำตาลที่บริเวณใบโคนต้น ต้นโตแล้วใบมีแผลวงกลม สีน้ำตาลซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อรอบๆ แผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แผลมีทั้งเล็กและใหญ่ บนแผลมักจะมีเชื้อราชั้นบางๆ เป็นผงสีดำ ผักบางชนิดและบางพันธุ์มีแผลที่ก้านใบเล็ก เป็นจุดลีน้ำตาลปนดำ เนื้อเยื่อบุ๋มลงไปเล็กน้อย
การแพร่กระจาย : สปอร์ของเชื้อสาเหตุ สามารถปลิวไปตามน้ำ ลม แมลง สัตว์ เครื่องมือเกษตรกร มนุษย์ และสามารถติดไปกับเมล็ดพันธุ์ได้ หรืออาศัยอยู่กับวัชพืชในแปลง
สภาพที่เหมาะต่อการเกิดโรค: ความชื้นสูง สภาพอากาศร้อนชื้น โดยเฉพาะในฤดูฝน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส
การป้องกันกำจัด :
– ทำลายต้นเป็นโรคโดยการขุดถอนไปเผาทิ้ง
– ปลูกพืชหมุนเวียน
– ไม่ควรให้น้ำแบบฉีดพ่นฝอย
– แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส 30 นาที (ยกเว้นกะหล่ำดอก)
– คลุกมล็ดด้วยชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดเชื้อราไตรโคเดอร์มา
– ฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดเชื้อราไตรโดเดอร์มา ทุกๆ 7 วันจะช่วยป้องกันกำจัดเชื้อรานี้
 
✍โรคเหี่ยว
ลักษณะอาการ : เกิดอาการเหี่ยวอย่างช้าๆ ใบที่อยู่โคนต้นเปลี่ยนเป็นสีหลืองและร่วง ต่อมาใบจะเหี่ยวทั้งต้น เมื่อผ่าสำต้นบริเวณเหนือระดับดินตามยาวจะพบว่า ท่อน้ำ ท่ออาหารเป็นสีน้ำตาล การผิดปกติของท่อน้ำ ท่ออาหารนี้จะลงไปถึงส่วนรากด้วย พริกที่เป็นโรคนี้ขั้นสุดท้ายจะแห้งตาย
การระบาด : การเกิดโรคนี้มักจะเกิดเป็นหย่อมๆ ถ้าสภาพอากศมีอุณหภูมิสูง และดินมีความขึ้นสูง จะทำให้โรคนี้ระบาดได้ดี
กรป้องกันกำจัด : การป้องกันกำจัดแบบอินทรีย์ ถ้าพบโรคในแปลง ต้องถอนต้นที่เป็นโรคมาทำลายก่อนปลูกพริกควรปรับสภาพคืนด้วยปูนขาว และปุ๋ยคอก
ขอบคุณข้อมูลจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร
 
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-
 

การปลููก และดูแลมันสำปะหลังแบบขั้นเทพ

การปลูกและการดูแลมันสำปะหลังแบบขั้นเทพ

การปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการผลผลิตมันสำปะหลัง

หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี

เช่นการ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือการฉีดผลิตภัณฑ์ไร่เทพ ลงดินเพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน

 

การเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง

หลักสำคัญก็คือ ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลัง โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าดินดี ควรปลูกพันธุ์ระยอง 5 และ ระยอง 72 และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลาง ควรปลูกพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบ่ง 60 ระยอง 9 และพันธุ์ยอดฮิต แขกดำ ส่วนพันธุ์ระยอง 7 เหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรำยที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของการเจริบเติบโต แต่ไม่เหมาะกับสภาพดินที่แห้งแล้ง

การเตรียมดิน

ก่อนปลูกควรไถและพรวนอย่ำงน้อย 2-3 ครั้ง ลึก 20-30 เซนติเมตร เพื่อกลบเศษซากพืชจากฤดูก่อน และ

ทำลำยวัชพืชต่ำง ๆ ให้ลดจำนวนลง การไถให้ใช้ผาล 3 ติดทายรถแทรกเตอร์ 1 ครั้ง ตามด้วยผาล 7 อีก 1 ครั้ง จะได้

ผลผลิตมันสำปะหลังสูงสุด ถ้าพื้นที่มีความลาดชันต้องไถพรวนตามแนวขวาง เพื่อป้องกันการชะล้ำงของดิน และถ้ำดิน

ระบายน้ำไม่ดีต้องยกร่องปลูก ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย

 

การเตรียมท่อนพันธุ์

การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 ซม. เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 10เดือนขึ้นไป แช่ท่อนพันธุ์ในอาหารเสริมพืชไร่เทพ โดยผสม 1 ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร โดยแช่ประมาณ 3-5 ชั่วโมงหรือ 1คืนแล้วนำไปปลูกในแปลง

การปลูก

หลักสำคัญก็คือ ควรเลือกพันธุ์ที่ใช้ปลูกที่มีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด เลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตำถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คม เพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 ซม. ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของ

ความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 ม. และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่

เตรียมไว้ ควรปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ กำรดูแลรักษาระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก  การปักตรง 90 องศา และปักเฉียง 45 องศากับพื้นดินให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน มันสำปะหลังจะงอกเร็ว และสะดวกต่อ

การกำจัดวัชพืช, การปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่มง่ายต่อกำรเก็บเกี่ยวให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบฝัง 10-15% การปลูกที่ได้ผลผลิตสูงก็คือ กำรปักตรง 90 องศา และเทคนิคการเฉือนตาข้างของท่อนปลูกออกเพื่อให้เกิดหัว

เพิ่มขึ้นอย่ากระทำโดยเด็ดขาด เพราะรากฝอยที่เกิดจากรอยแผลที่โคนของท่อนปลูกก็มีมากเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นหัวสะสมอาหารได้แล้ว และการเฉือนอาจทำให้เกิดเชื้อราที่ท่อนพันธุ์ได้

การใส่ปุ๋ย

มันสำปะหลังเป็นพืชที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงเมื่อเทียบกับพืชไร่อื่น ๆ ดังนั้นจึงต้องการธาตุอาหารจากดินเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการปลูกมันสำปะหลังติดต่อกันหลายปี ธาตุอาหารในดินย่อมลดลงตามลำดับ ส่งผลให้ผลผลิตของมันสำปะหลังลดลง

ตำมไปด้วย ดังนั้นกำรปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มผลผลิตและรักษาระดับความอุดมสมบูรณ์ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไซโต ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ๆ ละเท่า ๆ กัน ในครั้งแรกให้ใส่หลังจาก

ปลูกมันสำปะหลังแล้ว 1 เดือน ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อมันสำปะหลังมีอายุได้ 3 เดือน นอกจากนี้ควรเสริมธาตุอาหารให้พืชด้วยการฉีดพ่นอาหารเสริมไร่เทพทางใบ ในอัตราส่วน ไร่เทพ 1ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของมันสำปะหลังได้ดีขึ้น (ข้อแนะนำก่อนฉีดพ่นอาหารเสริมไร่เทพทางใบ ควรกำจัดวัชพืชก่อน) สามารถฉีดได้เรื่อยจะครบอายุการเก็บเกี่ยว

การควบคุมวัชพืช

ในระยะแรกของการปลูกมันสำปะหลังจะมีวัชพืชขึ้นรบกวนมาก และระยะเวลาวิกฤตในการกำจัดวัชพืชจะอยู่ที่ 2-3 เดือนแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่มันสำปะหลังกำลังลงหัวและจะกำจัดวัชพืชไม่ทัน ให้ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในการกำจัด

วัชพืชโดยการฉีดพ่นให้ทั่วแปลง หลังจำก 4 เดือน ไปแล้วมันสำปะหลังจะไม่มีการสร้างหัวเพิ่ม แต่จะขยายขนาดหัวให้ใหญ่ขึ้น ถ้ามีวัชพืชขึ้นรบกวนในช่วงนี้มากจะทำให้ผลผลิตลดลง การเริ่มกำจัดวัชพืชครั้งแรกต้องรีบกระท ำ อาจเริ่มที่ 15

วันหลังจากปลูก ยิ่งล่ำช้ำออกไปผลผลิตจะยิ่งลดลง ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกให้เสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากปลูกและอาจต้องกำจัดวัชพืชอีก 2-3 ครั้ง จนกว่าพุ่มของใบมันสำปะหลังจะชิดกัน หรืออีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันวัชพืชได้คือการ

ฉีดสารเคมีคุมเมล็ดวัชพืชหลังจากการปลูกมันสำปะหลัง 1-2 วัน เป็นการคลุมดินป้องกันวัชพืชได้ในช่วงแรก ๆ หลังจากใส่ปุ๋ยครบและกำจัดวัชพืชได้ดังกล่าวแล้วก็เพียงแต่รอครบเวลา 12 เดือน หลังปลูกก็จะได้ผลผลิตมันสำปะหลังไม่ต่ำ

กว่า 7-10 ตันต่อไร่แน่นอน

 

รีวิวการใช้ไร่เทพ ในสวนทุเรียน

😊ไร่เทพของดีต้องมีโชว์😊

รีวิวการใช้ไร่เทพ ในสวนทุเรียนที่ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ของคุณเฉลิมชัย

😊คุณเฉลิมชัย เล่าว่า : ถ้ากลุ่มฮอร์โมนพืข หรืออาหารเสริมพืช ผมใช้ไร่เทพตัวเดียว ใช้มานานมาก ไม่ต้องบอกว่าดีอย่างไร ดูจากภาพที่ผมส่งให้นะครับ พูดคำเดียวว่า ถ้าไม่ดีจริงผมไม่ใช้หรอก สุดยอดจริง ไร่เทพ

😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ

สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-