Category Archives: บทความ

การปลููก และดูแลมันสำปะหลังแบบขั้นเทพ

การปลูกและการดูแลมันสำปะหลังแบบขั้นเทพ

การปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการผลผลิตมันสำปะหลัง

หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี

เช่นการ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือการฉีดผลิตภัณฑ์ไร่เทพ ลงดินเพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน

 

การเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง

หลักสำคัญก็คือ ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลัง โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าดินดี ควรปลูกพันธุ์ระยอง 5 และ ระยอง 72 และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลาง ควรปลูกพันธุ์ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบ่ง 60 ระยอง 9 และพันธุ์ยอดฮิต แขกดำ ส่วนพันธุ์ระยอง 7 เหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรำยที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของการเจริบเติบโต แต่ไม่เหมาะกับสภาพดินที่แห้งแล้ง

การเตรียมดิน

ก่อนปลูกควรไถและพรวนอย่ำงน้อย 2-3 ครั้ง ลึก 20-30 เซนติเมตร เพื่อกลบเศษซากพืชจากฤดูก่อน และ

ทำลำยวัชพืชต่ำง ๆ ให้ลดจำนวนลง การไถให้ใช้ผาล 3 ติดทายรถแทรกเตอร์ 1 ครั้ง ตามด้วยผาล 7 อีก 1 ครั้ง จะได้

ผลผลิตมันสำปะหลังสูงสุด ถ้าพื้นที่มีความลาดชันต้องไถพรวนตามแนวขวาง เพื่อป้องกันการชะล้ำงของดิน และถ้ำดิน

ระบายน้ำไม่ดีต้องยกร่องปลูก ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย

 

การเตรียมท่อนพันธุ์

การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 ซม. เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 10เดือนขึ้นไป แช่ท่อนพันธุ์ในอาหารเสริมพืชไร่เทพ โดยผสม 1 ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร โดยแช่ประมาณ 3-5 ชั่วโมงหรือ 1คืนแล้วนำไปปลูกในแปลง

การปลูก

หลักสำคัญก็คือ ควรเลือกพันธุ์ที่ใช้ปลูกที่มีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด เลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตำถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คม เพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 ซม. ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของ

ความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 ม. และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่

เตรียมไว้ ควรปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ กำรดูแลรักษาระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก  การปักตรง 90 องศา และปักเฉียง 45 องศากับพื้นดินให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน มันสำปะหลังจะงอกเร็ว และสะดวกต่อ

การกำจัดวัชพืช, การปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่มง่ายต่อกำรเก็บเกี่ยวให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกแบบฝัง 10-15% การปลูกที่ได้ผลผลิตสูงก็คือ กำรปักตรง 90 องศา และเทคนิคการเฉือนตาข้างของท่อนปลูกออกเพื่อให้เกิดหัว

เพิ่มขึ้นอย่ากระทำโดยเด็ดขาด เพราะรากฝอยที่เกิดจากรอยแผลที่โคนของท่อนปลูกก็มีมากเพียงพอที่จะพัฒนาเป็นหัวสะสมอาหารได้แล้ว และการเฉือนอาจทำให้เกิดเชื้อราที่ท่อนพันธุ์ได้

การใส่ปุ๋ย

มันสำปะหลังเป็นพืชที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงเมื่อเทียบกับพืชไร่อื่น ๆ ดังนั้นจึงต้องการธาตุอาหารจากดินเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการปลูกมันสำปะหลังติดต่อกันหลายปี ธาตุอาหารในดินย่อมลดลงตามลำดับ ส่งผลให้ผลผลิตของมันสำปะหลังลดลง

ตำมไปด้วย ดังนั้นกำรปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มผลผลิตและรักษาระดับความอุดมสมบูรณ์ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไซโต ในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ๆ ละเท่า ๆ กัน ในครั้งแรกให้ใส่หลังจาก

ปลูกมันสำปะหลังแล้ว 1 เดือน ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อมันสำปะหลังมีอายุได้ 3 เดือน นอกจากนี้ควรเสริมธาตุอาหารให้พืชด้วยการฉีดพ่นอาหารเสริมไร่เทพทางใบ ในอัตราส่วน ไร่เทพ 1ซอง ต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของมันสำปะหลังได้ดีขึ้น (ข้อแนะนำก่อนฉีดพ่นอาหารเสริมไร่เทพทางใบ ควรกำจัดวัชพืชก่อน) สามารถฉีดได้เรื่อยจะครบอายุการเก็บเกี่ยว

การควบคุมวัชพืช

ในระยะแรกของการปลูกมันสำปะหลังจะมีวัชพืชขึ้นรบกวนมาก และระยะเวลาวิกฤตในการกำจัดวัชพืชจะอยู่ที่ 2-3 เดือนแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่มันสำปะหลังกำลังลงหัวและจะกำจัดวัชพืชไม่ทัน ให้ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในการกำจัด

วัชพืชโดยการฉีดพ่นให้ทั่วแปลง หลังจำก 4 เดือน ไปแล้วมันสำปะหลังจะไม่มีการสร้างหัวเพิ่ม แต่จะขยายขนาดหัวให้ใหญ่ขึ้น ถ้ามีวัชพืชขึ้นรบกวนในช่วงนี้มากจะทำให้ผลผลิตลดลง การเริ่มกำจัดวัชพืชครั้งแรกต้องรีบกระท ำ อาจเริ่มที่ 15

วันหลังจากปลูก ยิ่งล่ำช้ำออกไปผลผลิตจะยิ่งลดลง ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกให้เสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากปลูกและอาจต้องกำจัดวัชพืชอีก 2-3 ครั้ง จนกว่าพุ่มของใบมันสำปะหลังจะชิดกัน หรืออีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันวัชพืชได้คือการ

ฉีดสารเคมีคุมเมล็ดวัชพืชหลังจากการปลูกมันสำปะหลัง 1-2 วัน เป็นการคลุมดินป้องกันวัชพืชได้ในช่วงแรก ๆ หลังจากใส่ปุ๋ยครบและกำจัดวัชพืชได้ดังกล่าวแล้วก็เพียงแต่รอครบเวลา 12 เดือน หลังปลูกก็จะได้ผลผลิตมันสำปะหลังไม่ต่ำ

กว่า 7-10 ตันต่อไร่แน่นอน

 

รีวิวการใช้ไร่เทพ ในสวนทุเรียน

😊ไร่เทพของดีต้องมีโชว์😊

รีวิวการใช้ไร่เทพ ในสวนทุเรียนที่ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ของคุณเฉลิมชัย

😊คุณเฉลิมชัย เล่าว่า : ถ้ากลุ่มฮอร์โมนพืข หรืออาหารเสริมพืช ผมใช้ไร่เทพตัวเดียว ใช้มานานมาก ไม่ต้องบอกว่าดีอย่างไร ดูจากภาพที่ผมส่งให้นะครับ พูดคำเดียวว่า ถ้าไม่ดีจริงผมไม่ใช้หรอก สุดยอดจริง ไร่เทพ

😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ

สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

วิธีง่ายๆ ในการไล่เพลี้ย

วิธีง่ายๆ ไล่เพลี้ย ศัตรูตัวร้ายของเกษตรกร

หน้าร้อนทีไรก็มีเพลี้ยแป้ง มากวนใจทุกที ไม่ต้องกังวลไป ไร่เทพมีสูตรมาขจัดเพลี้ยแป้งให้อยู่หมัด! 😉
.
👉1 น้ำยาล้างจาน
น้ำยาล้างจานชนิดไม่มีสารฟอกขาว ซึ่งมีฤทธิ์ลดแรงตึงผิว ทำให้ขี้ผึงที่เพลี้ยแป้งสร้างคลุมตัวเสียไป และหายใจไม่ได้ โดยใช้อัตราส่วนน้ำยาล้างจาน 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร หากได้ผลก็จะเห็นเพลี้ยแป้งฝ่อแห้งไป
.
👉2.พริกสด
เพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกด้วยการผสมกับพริกสด ซึ่งมีสารรบกวนระบบการดูดซึมอาหารของเพลี้ยแป้ง ในอัตราส่วน พริกสดตำละเอียด 1- 2 ช้อนชา น้ำยาล้างจานชนิดไม่มีสารฟอกขาว 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมและหอมแดงสดอย่างละ 1 หัวใหญ่ นำไปปั่นโดยผสมน้ำบ้างเพื่อให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำอีก 2 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นนำมากรอง ก่อนนำไปใช้งาน ในกรณีที่เป็นต้นไม้ที่มีใบอ่อน อาจลองแค่บางจุดก่อน เพราะใบอ่อนอาจไหม้ได้
.
👉3. เหล้าขาว
หากสูตรเบื้องต้นยังไม่สาแก่ใจ แต่ยังกลัวสารเคมีรุนแรงอยู่ ลองใช้สูตรเหล้าขาว 2 ขวด น้ำส้มสายชู 5 % 1 ลิตร สาร EM 1 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร และน้ำสะอาด 10 ลิตร นำทั้งหมดมาผสมกันและหมักไว้นาน 10 – 15 วัน หมั่นคนไม่ให้ส่วนผสมนอนก้น และอย่าปิดฝาแน่นสนิทเพื่อให้ก๊าซที่เกิดขึ้นระบายออกได้ พอครบกำหนดแล้วให้ใช้ปริมาณ 1-5 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำสะอาด 5-10 ลิตร นำไปฉีดพ่นพืชผักทุก 3 วัน สลับกับพ่นปุ๋ยน้ำ หากเป็นพืชสวน พ่นทุก 3-7 วัน สลับกับการพ่นปุ๋ยน้ำ
.
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ไร่เทพ ผสมในอัตราส่วน 1 ซอง ต่อน้ำ 100-200 ลิตร เพราะ มีสารฟูลวิค แอซิด (FULVIC ACID) ที่ช่วยรักษาสมดุลของประจุไฟฟ้าเคมีต่างๆ ในเซลล์พืชทุกเซลล์ ซึ่งมีความสำคัญมากในการมีชีวิตของ สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ประจุไฟฟ้าทางเคมีในเซลล์สิ่งมีชีวิตที่สมดุลทำให้สิ่งมีชีวิตในแข็งแรง เจริญเติบโตเต็มที่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดสมดุลจะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นอ่อนแอ เป็นโรค และตายในที่สุด
ไล่ “เพลี้ยไฟ” ไปจากไร่เรา! ชิ้ววววววว
👉สูตรสมุนไพรกำจัดเพลี้ยไฟ :
1.ยาสูบ 1 ขีด
2.มะพร้าวขูด 2 ขีด
3.น้ำสับปะรดสุก 1 ลิตร
4.กาแฟผง 1 ขีด
5. น้ำเปล่า 1 ลิตร
ขั้นตอนการทำ :
1.นำยาสูบ 1 ขีด และมะพร้าวขูด 2 ขีด มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำร้อนลงไป 1 ลิตร พอเริ่มเย็นก็ให้กรองและคั้นเอาเฉพาะน้ำจะได้สารสกัดยาสูบกะทิสด
2.น้ำผลสับปะรดสุก 1 ลิตร ผสมกับน้ำสารกัดยาสูบกะทิสด
3.เติมกาแฟผงอีก 1 ขีด คนให้เข้ากันก็จะได้สารกำจัดเพลี้ยไฟ
อัตราการใช้ :
ให้ผสมสารธรรมชาติกำจัดเพลี้ยไฟกับน้ำในอัตรา 1 ลิตร ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดช่วงที่ไม้ผลออกดอกหรือพลเพลี้ย แต่ถ้าพบเพลี้ยไฟระบาดอยู่อีก ก็ให้ฉีดพ่นซ้ำภายใน 7 วัน สารดังกล่าวจะมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทของเพลี้ยไฟ ตัวอ่อนและไข่
.
สารธรรมชาติกำจัดเพลี้ยไฟ ปลอดภัยต่อทั้งตัวเกษตรกรและผู้บริโภค อีกทั้งมีต้นทุนผลิตลิตรละประมาณ 100 บาท สามารถนำไปปรับใช้กับการกำจัดเพลี้ยไฟในสวนผลไม้อื่นๆ ได้
.
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=4816…
.
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ไร่เทพ ผสมในอัตราส่วน 1 ซอง ต่อน้ำ 100-200 ลิตร เพราะ มีสารฟูลวิค แอซิด (FULVIC ACID) ที่ช่วยรักษาสมดุลของประจุไฟฟ้าเคมีต่างๆ ในเซลล์พืชทุกเซลล์ ซึ่งมีความสำคัญมากในการมีชีวิตของ สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ประจุไฟฟ้าทางเคมีในเซลล์สิ่งมีชีวิตที่สมดุลทำให้สิ่งมีชีวิตในแข็งแรง เจริญเติบโตเต็มที่และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดสมดุลจะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นอ่อนแอ เป็นโรค และตายในที่สุด
.
.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

การปรับปรุงดินเพื่อการเพาะปลูก

ดินในธรรมชาตินั้น กว่าซากพืชซากสัตว์จะสลายตัวได้หน้าดินซัก 1 เซนติเมตรนั้นใช้เวลานานหลายปี หน้าดินเหล่านั้นประกอบด้วยทั้งอินทรีย์วัตถุและอนินทรีย์วัตถุ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พืชเจริญเติบโตได้สมบูรณ์ แต่ทว่าความสมบูรณ์ของดินนั้นมันก็ค่อยๆหมดไป เพราะตั้งแต่ยุคปฏิวัติเกษตรกรรม มนุษย์เริ่มรู้จักการเพาะปลูกเป็นวงกกว้าง เราปลูกพืชและบริโภคพืชไว้เป็นอาหาร ธาตุบางอย่างในดินจึงเริ่มหมดไป ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพืชขาดธาตุอาหารบางอย่าง มันก็จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

ธาตุองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของพืชนั่นก็คือธาตุคาร์บอน ซึ่งมีที่มาจากกระบวนการสังเคราะห์แสงจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จนกลายเป็นแป้งน้ำตาล ลำต้นและองค์ประกอบอื่นๆของลำต้นพืช ทว่าในปัจจุบันมีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น กระบวนการทางเกษตรกรรม ปศุสัตว์ การปฏิวัติอุตสาหกรรมก่อให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกเป็นภาวะโลกร้อน และทางเดียวที่จะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ นั่นคือ ให้พืชดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากฟ้าลงสู่ดิน เราจำเป็นต้องปลูกพืชให้เยอะขึ้นแต่ปัญหาก็คือ “เราปลูกพืชได้ไม่ดี เนื่องจากดินไม่ดี” การปรับปรุงดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูกจึงเกิดขึ้นกระบวนการปรับปรุงดินที่สำคัญ คือการเพิ่มสารอินทรีย์ลงสู่ดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์มีตัวช่วยคือ “จุลินทรีย์” นั่นเอง

ปุ๋ยอินทรีย์จำแนกได้เป็น 4 ประเภท
1.ปุ๋ยพืชสด
ใช้ต้นพืชฝังกลบลงไปในดินโดยตรง โดยพืชบางชนิดมีแบคทีเรียบางตัวอยู่ในปมรากซึ่งสามารถช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศลงพื้นดินได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นไรโซเบียม ในพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น
2. ปุ๋ยคอก
เกิดจากมูลสัตว์ที่ทับถมและย่อยสลาย ภายในระยะเวลาหนึ่ง เปรียบเสมือนกับสัตว์เป็นเครื่องบดทั้งเชิงกายภาพและเชิงเคมีทั้งยังมจุลินทรีย์ในระบบการย่อยอาหารของสัตว์เหล่านั้น ช่วยในการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์อีกด้วย
3. ปุ๋ยหมัก
เป็นการจำลองการย่อยอาหารของสัตว์ เพื่อให้เกิดการย่อยสลายในปริมาณที่มากขึ้น มนุษย์นำซากพืชมาบดสับละเอียดโดยใช้เครื่องบด โรยจุลินทรีย์เข้าไป กลบและพลิก เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการ จนกลายเป็นปุ๋ยในที่สุด
4. ปุ๋ยชีวภาพ
คือจุลินทรีย์ประเภทต่างๆ ในดิน เช่นจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน จุลินทรีย์กลุ่มปลดปล่อยฟอสเฟตเป็นต้น ทุกครั้งที่มีการใส่ปุ๋ยเคมีลงไปในดิน พืชไม่สามารถนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้ได้ทั้งหมดจำเป็นต้องมีจุลินทรีย์เพื่อย่อยสลายธาตุบางอย่างให้อยู่ในรูปแบบที่พืชสามารถดูดซึมได้

องค์ประกอบของดินที่ดี
1. อากาศ 25%
ดิน ที่ดีควรมีสภาพร่วนซุยดังนั้นการพรวนดินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อทำให้ดินเกิดโพรงอากาศและพืชสามารถดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี
2. น้ำ 25%
นอกจากความร่วนซุยของดินแล้วดินที่ดีควรมีภาวะการอุ้มน้ำเพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของพืช
3. อนินทรีย์วัตถุ 45%
เกิดจากการย่อยสลายของหินกลายเป็นอนินทรีย์วัตถุขนาดเล็กลงหรือที่เราเรียกกันว่าเนื้อดินนั่นเอง
4. อินทรีย์วัตถุ 5%
แม้เป็นส่วนที่น้อยที่สุดแต่ว่าเป็นส่วนที่สำคัญเช่นกัน ในส่วนที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ทับถมกันเป็นเวลานานเราเรียกสิ่งนี้ว่าฮิวมัสนั่นเอง

สูตรปรับปรุงดิน

 

ส่วนผสมการปรับปรุงดินเพื่อใช้ในการเพาะปลูก
1. เนื้อดิน 5 ส่วน ควรเลือกดินที่มาจากแหล่งที่ดี ไม่มีสารตกค้าง พวกโลหะหนัก ฯลฯ
2. กาบมะพร้าวสับ 3 ส่วน
3. แกลบ เผา 1 ส่วน
4. ปุ๋ยชีวภาพ 1 ส่วน
คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้เป็น 7 วันก็จะสามารถนำไปใช้ปลูกพืชได้

นอกจากนี้ เพื่อทำให้ดินมีอินทรียวัตถุและถูกปลดปล่อยธาตุอาหารอันจำเป็นต่อพืชมากขึ้น อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มกรดฮิวมิค (Humic acid) อันเป็นสารจากธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยให้พืชที่ได้รับมีระบบรากที่ดี มีส่วนช่วยในการแตกราก สร้างรากใหม่ ทำให้พืชสามารถดูดอาหารทางดินได้ดีขึ้น  อีกทั้ง ฮิวมิค ยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของดิน เมื่อฉีดพ่นลงสู่ดินจะช่วยให้ดินสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย

การดูแลต้นไย ให้ลูกดก

👩‍🌾ไร่เทพเกษตรลั่นทุ่ง👩‍🌾 วันนี้ขอเสนอ

👩‍🌾การดูแลต้นไย ให้ลูกดก ผลง๊ามงาม สวยจนตาแตก

😊มกราคม ระยะแทงช่อดอก

การให้น้ำ เมื่อเห็นเป็นช่อดอกแล้วควรมีการให้น้ำเล็กน้อยและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ
😊การใส่ปุ๋ย ควรมีการพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อบำรุงช่อดอกและการติดผลที่ดี เช่นปุ๋ยสูตร 10-45-10, 10-52-17 อัตรา 20-30 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร
👩‍🌾ไร่เทพ 1 ซอง ต่อ 100 ลิตร ฉีดทุก 15 วัน
😊การป้องกันกำจัดโรคแมลง ระยะนี้อาจมีการระบาดของแมลงศัตรูช่อดอกเช่นหนอนกินดอก หนอนเจาะก้านดอก มวน ลำไย ควรทำการพ่นสารเคมีเป็นระยะ เช่น คาร์บาริล,โมโนโครโตฟอส
😊กุมภาพันธ์ ระยะดอกบาน
การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
การช่วยผสมเกสร ควรน้ำผึ้งมาเลี้ยงในระยะนี้เพื่อช่วยในการผสมเกสร
❌งดฉีดไร่เทพ หรือสารอื่นทางใบโดยเด็ดขาด สำหรับไร่เทพ ให้รดที่โคนต้นแทน โดยเว้นระยะห่างจากต้น 50 เซนติเมตร ไร่เทพ 1 ซอง ต่อ 100 ลิตร รดโคนต้น 5 ลิตรต่อต้น ทุก 20-30 วัน
😊การป้องกันกำจัดโรคแมลง งดการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลงทุกชนิดในระยะนี้ เพื่อให้มีแมลงมาช่วยในการผสมเกสรให้มากที่สุด
☺️มีนาคม-เมษายน ระยะติดผลขนาดเล็ก
การให้น้ำ ระยะนี้ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำจะทำให้ผลแคระแกร็นและร่วงมาก
😊การใส่ปุ๋ย ระยะติดผลขนาด 5 มิลลิเมตร ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ประมาณ 1-3 กิโลกรัม ต่อต้นเพื่อบำรุงผลให้โตอย่างสม่ำเสมอระยะผลโตปานกลาง ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตราประมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อตัน
👩‍🌾ไร่เทพ 1 ซอง ต่อ 100 ลิตร ฉีดทุก 10 วัน
😊การป้องกันกำจัดโรคแมลง ในระยะนี้อาจมีการระบาดของ หนอนเจาะขั้วผล มวนลำไย แมลงปีกแข็ง ควรฉีดพ่นสารเคมีอย่างต่อเนื่อง เช่น โมโนโครโตฟอส คาร์บาริล
😊พฤษภาคม-กรกฎาคม
ระยะผลกำลังเจริญเติบโต
😊การให้น้ำ ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
😊การใส่ปุ๋ย ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 30 วัน ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตรตัวท้ายสูง เช่น 13-13-21 เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิตให้ดีขึ้น
👩‍🌾ไร่เทพ 1 ซอง ต่อ 100 ลิตร ฉีดทุก 10 วัน
😊การค้ำกิ่ง ระยะนี้ผลกำลังเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ กิ่งจะรับน้ำหนักมากขึ้น ควรทำการค้ำกิ่งด้วยไม้ไผ่ เพื่อช่วยพยุงกิ่งไม่ให้ฉีกหัก
😊การป้องกันกำจัดโรคแมลง
ในสวนบางท้องที่ อาจมีการทำลายของค้างคาว ควรใช้ตาข่ายไนล่อนกันตามแนวช่องระหว่างต้น เพื่อดักจับไปทำลาย นอกจากนี้ยังมีผีเสื้อมวนหวาน แมลงวันทอง ควรรีบทำการป้องกันกำจัดโดยใช้กับดัก เหยื่อพิษ และฉีกพ่นสารเคมี ป้องกันกำจัดแมลง เช่น คาร์บาริล
😊สิงหาคม
ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต
😊การให้น้ำ ควรงดการให้น้ำก่อนการเก็บเกี่ยว 7-10 วัน
การเก็บเกี่ยว การขึ้นไปเก็บผลผลิตควรใช้บันไดหรือพะองพาดกิ่งขึ้นไป ใช้กรรไกรตัดช่อผลให้ลึกเข้าไปประมาณ 1 ฟุต จากปลายช่อไม่ควรใช้มือหัก ช่อผลโดยตรงเพราะจะทำให้ปลายกิ่งที่เหลืออยู่เป็นแผลซ้ำ หรือมีรอยฉีกขาดเข้าไปในกิ่ง ทำให้การแตกยอดอ่อนใหม่รวมทั้งการแทงช่อดอกในปีต่อไปจะไม่ดีด้วย ควรทยอยเก็บช่อผลที่แก่เต็มที่แล้วประมาณ 5-7 วันต่อครั้ง จนหมด ต้นอย่าให้ผลแก่จัดตกค้างอยู่บนต้นนานจะทำให้คุณภาพต่ำลง
👩‍🌾ไร่เทพ 1 ซอง ต่อ 100 ลิตร ฉีดทุก 15 วัน
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
***ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำได้ 100-200 ลิตร ใช้ได้ 3-5 ไร่
ต้นทุนไร่เทพ 1 ซอง ราคา 100 ใช้ได้ 3-5 ไร่
ค่าเฉลี่ยประมาณ 20 บาท 1 ไร่เท่านั้น ประหยัดสุดๆ
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

การดูแลทุเรียน ให้ปัง เปรี้ยงปร้าง

👩‍🌾เคล็ดไม่ลับ กับ ไร่เทพเกษตรลั่นทุ่ง🥰
👩‍🌾การดูแลทุเรียน ให้ปัง เปรี้ยงปร้าง👩‍🌾
👩‍🌾การให้น้ำ
ควรให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงที่มีการเจริญเติบโตทางใบ และงดน้ำในช่วงปลายฝนเพื่อเตรียมการออกดอก เมื่อทุเรียนออกดอกแล้วให้ควบคุมปริมาณน้ำที่จะให้ โดยค่อยๆ เพิ่มปริมาณน้ำขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ดอกทุเรียนมีพัฒนาการที่ดี จนเมื่อดอกทุเรียนพัฒนาถึงระยะหัวกำไล (ก่อนดอกบาน 1 สัปดาห์) ก็ให้ลดปริมาณน้ำลงโดยให้เพียง 1 ใน 3 ของปกติ เพื่อช่วยให้มีการติดผลดีขึ้นและให้น้ำในปริมาณนี้ไปจนดอกบานและติดผลได้ 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณน้ำขึ้นเรื่อยๆ และต้องให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอตลอดช่วงพัฒนาการของผลทุเรียน
👩‍🌾การใส่ปุ๋ย
ควรใส่ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินตามผลการตรวจวิเคราะห์ดิน หรืออาจใส่ปุ๋ยตามแนวทางดังนี้
1. ใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ต้นหลังเก็บเกี่ยว
– ปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 20 ถึง 50 กิโลกรัมต่อต้น
– ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้นเท่ากับ 1 ใน ของเส้นผ่า ศูนย์กลางทรงพุ่ม
ช่วงบำรุงต้น 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 15 วัน
2. ใส่ปุ๋ยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของผล
– เมื่อผลมีอายุ 7 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-12-17-2 หรือ 13-13-21 อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้น เท่ากับ 1 ใน 3 ของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม
ช่วงบำรุงผล 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 10 วัน
3. ใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ
– เมื่อผลมีอายุ 10 ถึง 11 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-50 อัตรา 1 ถึง 2 กิโลกรัมต่อต้น
ช่วงบำรุงผล 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 10 วัน
👩‍🌾การตัดแต่งดอก
ทำการตัดแต่งดอกหลังจากออกดอก 5 สัปดาห์ ควรตัดแต่งช่อดอกบนกิ่งขนาดเล็ก (เส้นผ่าศูนย์กลางกิ่งน้อยกว่า 2 เซนติเมตร) หรือดอกที่อยู่ปลายกิ่งทิ้งให้เหลือเฉพาะดอกรุ่นเดียวกันในกิ่งเดียวกัน ให้มีจำนวนช่อดอกประมาณ 3 ถึง 6 ช่อดอกต่อความยาวกิ่ง 1 เมตร แต่ละช่อดอกห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร
👩‍🌾การตัดแต่งผล
ครั้งที่ 1 เมื่อผลอายุ 4 ถึง 5 สัปดาห์หลังดอกบาน ตัดแต่งผลที่มีขนาดเล็ก รูปทรงบิดเบี้ยว และไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการออก เหลือผลไว้ประมาณ 2 ถึง 3 เท่าของจำนวนผลที่ต้องการไว้จริง ครั้งที่ 2 เมื่อผลอายุ 6 สัปดาห์หลังดอกบาน ระยะนี้ผลที่ปกติจะมีการขยายตัวด้านยาว สีผิวเขียวสดใส หนามมีขนาดปกติเรียวเล็ก ถ้าตรวจพบผลที่มีพัฒนาการผิดปกติ มีขนาดเล็ก หนามแดง หรือมีโรคแมลงเข้าทำลาย ให้ตัดทิ้ง
ข้อมูลจาก (กรมวิชาการเกษตร)
ห้ามฉีดช่วงช่อดอกบาน ให้รดที่โคนต้นแทน 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 20-30 วัน ห่างจากโคนต้น 60 cm.
ฉีดที่ใบ การลดไร่เทพที่โคนต้น ในลดหลังจากให้น้ำปกติ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
***ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำได้ 100-200 ลิตร ใช้ได้ 3-5 ไร่
ต้นทุนไร่เทพ 1 ซอง ราคา 100 ใช้ได้ 3-5 ไร่
ค่าเฉลี่ยประมาณ 20 บาท 1 ไร่เท่านั้น ประหยัดสุดๆ

ไร่เทพแจกจริง..ได้จริงไม่ต้องรอ..คุณพรชัย ไกรเพิ่ม ร้านร่ำรวยการเกษตร จ.อยุธยา

🎉 ไร่เทพแจกจริง..ได้จริงไม่ต้องรอ..🎉
ขอแสดงความยินดีกับตัวแทนจำหน่าย
คุณพรชัย ไกรเพิ่ม ร้านร่ำรวยการเกษตร จ.อยุธยา
ขายดีแบบเทน้ำเทท่า สั่งไปขายเท่าไหร่ก็ไม่พอสักที ขายจนต้องสั่งแล้วสั่งอีก
⭐️ใช้คะแนนสะสม 15,000 คะแนน ⭐️
👉 อัพเดตรายการของรางวัลใหม่ประจำปี 2020
โดยคลิกที่ลิงค์ใต้โพสต์ได้นะครับ
เช็คคะแนน หรือ แลกของรางวัล
—————————-
ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

ประโยชน์ของการดื่มน้ำมะพร้าว

🥰🥥ประโยชน์ของการดื่มน้ำมะพร้าว🥥🥰

 

1. น้ำมะพร้าวมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
2.น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แก้กระหายน้ำ ร่างกายดูดซึมได้ภายใน 5 นาที
3.น้ำมะพร้าวยังมีคุณสมบัติเกลือแร่สูงและอุดมไปด้วยแร่ธาตุโพแทสเซียมที่ช่วยในเรื่องควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกายและช่วยทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้ลำเลียงออกซิเจนไปลี้ยงสมอง ทำให้ร่างกายแจ่มใส ไม่เครียดจึงทำให้เรารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
4.น้ำมะพร้าวช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสได้ดีขึ้น แถมยังมีความเป็นด่างจึงช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้กลไกระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติสุขภาพร่างกายของเราจึงแข็งแรงขึ้น
5.น้ำมะพร้าวช่วยล้างพิษ ขับของเสียออกจากร่างกาย (ดีท็อกซ์)
6.น้ำมะพร้าวช่วยชะลออาการโรคอัลไซเมอร์ โรคความจำเสื่อมในสตรีวัยทองได้ เพราะในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงนั่นเอง
7.น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น จึงมีส่วนช่วยดับร้อนในร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดอาการไข้สูง ตัวร้อน และทุเลาอาการไข้ได้
8.ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยคอลลาเจนจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งใบหน้าใสขาวกระจ่างจากภายในสู่ภายนอก และอีลาสตินโครงสร้างสำคัญที่ยึดให้เซลล์ผิวเรียงตัวอย่างเหมาะสม จึงทำให้ผิวของเรายืดหยุ่น กระชับ ชะลอการเกิดริ้วรอย
9.น้ำมะพร้าวอ่อนช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและช่วยรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ
ข้อมูลอ้างอิงประกอบ
🍇เคล็ดลับในการใช้คือ ฉีดพ่นทางใบทุก 10-15 วัน
อัตราส่วนการใช้ ไร่เทพ ในผลไม้ 1 ซองต่อน้ำ 100 ลิตร
*ต้นขนาดเล็ก (ปลูกไม่นานเพิ่มแตกใบ)
*ก่อนระยะติดดอก
*ระยะติดผล (ฉีดทุก10 วัน)
*ระยะหลังติดผล (ผลมีขนาดเต็มที่แล้ว)(ฉีดทุก10 วัน)
*ข้อควรระวัง ฉีดพ่นทางใบ กับรดดคนต้นเท่านั้น XX ห้ามฉีดโดน จั่น มะพร้าวโดยเด็ดขาด
*การฉีดไร่เทพ จะช่วยให้น้ำมะพร้าวหวานขึ้น เนื้อหวานฉ่ำมากขึ้น

พันธุ์ข้าวต้านหนาวกข57

ชื่อพันธุ์: กข 57 ปทุมธานี 200 (Pathum Thani 200)
🌾ชนิด : ข้าวเจ้า
🌾คู่ผสม : ผสมพันธุ์ระหว่าง สุพรรณบุรี 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ต้านทานเพลี้ยกะโดสีน้ำตาล กับ IR64
🌾ลักษณะประจำพันธุ์ : เป็นข้าวเจ้าที่ไม่ไวต่อช่วงแสง ทรงกอตั้ง ลำต้นค่อนข้างแข็ง มุมปลายใบธงตั้งตรง
มุมใบธงตั้งตรง รวงยาวแน่นปานกลาง คอรวงโผล่เล็กน้อย สามารถลงปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรังอายุการเก็บเกี่ยว 115 วัน (นาดำ) 105-110 วัน (นาหว่าน)ลำต้นสูงประมาณ 115-120 เซนติเมตร
🌾ลักษณะเด่น : ลำต้นแข็งต้านทานเพลี้ยและบั่วได้ดี รวงยาวผลผลิตดี ชอบอากาศหนาวเย็น เหมาะสำหรับลงปลูกในฤดูหนาว ลงได้ทั้งสภาพพื้นนาที่เป็นดินเหนียว และดินทราย
🌾ผลผลิต : ผลผลิตสูง มีเสถียรภาพดี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 714 กิโลกรัมต่อไร
🌾ประวัติพันธุ์ –
ผสมพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี ในปี 2537 จากนั้นนำไปปลูกคัดเลือกลูกผสมชั่วที่ 2-6 ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จนได้สายพันธุ์ SPR94007-PTT-27-2-9-3 ปลูกศึกษาพันธุ์และนำเช้าเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี สายพันธุ์ SPR94007-PTT-27-2-9-3 ให้ผลผลิตไม่แตกต่างจากสายพันธุ์เปรียบเทียบและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดสีน้ำตาลเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงฤดูนาปลัง 2548 เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงได้นำสายพันธ์ที่อยู่ในระหว่างการเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีทั้งหมดจำนวน 140 สายพันธุ์ไปทดลองซ้ำปฏิกิริยาต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในเรือนทดลองที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี พบว่าสายพันธุ์นี้เป็นเพียง 1 ใน 2 สายพันธุ์ที่ไม่ถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายในการทดลองคราวนั้นทั้งหมด 140 สายพันธุ์ จึงได้ถอนต้นกล้าของสายพันธุ์นี้จากกระบะทดสอบแมลงไปปักดำไว้ในกระถางแล้วเก็บเกี่ยวเมล็ดแบบแยกรวง ในฤดูนาปี 2548 แบ่งเมล็ดจากแต่ละรวงส่วนหนึ่งนำไปทดสอบความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอีกครั้งส่วนเมล็ดที่เหลือนำไปปลูกในแปลงทดลองโดยแต่ละรวงให้รหัสสายพันธุ์เดียวกัน พบว่ามี 2 สายพันธุ์ ที่มีความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระดับ MR-R คือ SPR94007 -27-2-9-3-1 และ SPR94007-27-2-9-3-2 จึงเก็บเกี่ยวเมล็ดทั้ง 2 สายพันธุ์ จากแปลงทดลองนำไปปลูกขยายพันธุ์และศึกษาลักษณะทางเกษตรในฤดูนาปรัง 2549 ถึงฤดูนาปี 2550 แล้วคัดเลือกสายพันธุ์ SPR94007-27-2-9-3-2 เข้าสู่กระบวนการเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีในฤดูนาปี 2550 เปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีตั้งแต่นาปี 2551 ถึงฤดูนาปี 2553 เปรียบเทียบผลผลิตในราษฎร์ตั้งแต่ฤดูนาปรัง 2554 ถึงฤดูนาปรัง 2555 ในขณะเดียวกันได้ทำการทดสอบการตอบสอนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน และทดสอบผลผลิตข้าวในพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและปลูกทดสอบเสถียรภาพผลผลิต
🌾การรับรองพันธุ์: คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมการวิชาการเกษตร มีมติให้เป็น พันธุ์รับรองเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557
เครดิต : กองวิจัยและพัฒนา กรมการข้าว

วิธีทำจานจากฟางข้าว

ฟางข้าวนอกจากจะเป็นอาหารสัตว์ได้อย่างดี ปัจจุบันเรายังสามารถผลิตเยื่อจากฟางข้าวได้ประมาณ 3 ตัน/วัน ส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเพื่อนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งถ้วย ถุง กระดาษ
มีไอเดียสร้างรายได้ ลดการเผา สร้างมลพิษ คือ การทำจานกระดาษจากฟางข้าว

1. นำฟาง มาตัด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
2. นำไปต้มทิ้งไว้ ประมาณ 12 ชั่วโมง จนเนื้อฟางนั้นยุ่ย ถ้าอยากให้ยุ่ยดี ยุ่ยเร็ว ให้เติมโซดาไฟลงไปด้วย 1-2 ทัพพี
3. การต้มนั้นขึ้นอยู่กับไฟที่เราใช้ แต่ควรต้มด้วยฟืน
4. พอได้ฟางที่ยุ่ยดีแล้ว ก็ให้นำไปล้างน้ำ ล้างจนกว่าน้ำจะใส
5. เมื่อล้างสะอาดแล้ว ให้บิดน้ำออกพอหมาด แต่ไม่ต้องแห้งสนิท
6. นำไปปั่นจนเนื้อเนียน ละเอียด
7. ให้เติมแป้งข้าวเหนียวลงไป เพื่อให้เนื้อฟางติดกันมากขึ้น
8. เตรียมขึ้นเฟรม ด้วยการนำเนื้อที่ปั่นละเอียดจนเนียน ประมาณ 2 กิโลกรัม ผสมกับน้ำ 4 ลิตรในเหยือก และใช้ตะแกรงที่เบา เทให้ความหนาเท่ากันทั้งแผ่น หากเท่ากันแล้ว ค่อย ๆ ยกเฟรม ขึ้นช้า ๆ เพื่อนำไปตากลม
9. การตาก ผึ่งลมตาก ไม่ต้องตากแดดแรง และเอียงเฟรมประมาณ 45 องศา รอจนแห้ง และร่อนกระดาษออกจากเฟรม
ปล. ส่วนความหนาของกระดาษ ก็ขึ้นอยู่กับการเทของเราเอง ก็ต้องทดลองทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ความหนาที่เราต้องการ ซึ่งถ้าขายเป็นกระดาษ จะได้อยู่ที่แผ่นละ 50 บาท
10. นำกระดาษที่แห้งสนิทไปขึ้น ซึ่งเครื่องปั๊มภาชนะ จะใช้ความร้อนอยู่ที่ 149 องศา ส่วนขอบจาน เราสามารถตัดแต่งเองได้ตามใจชอบ
ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถสร้างได้และช่วยโลกได้อีกด้วย ลองเอาไปทำใช้หรือขายกัน!
ขอบคุณข้อมูลจาก The Kaset ครับผม ^^
.