Tag Archives: ปุ๋ย

ปุ๋ยนาข้าวแพง ใส่ตามระยะข้าวอย่างไรให้ไม่สูญเปล่า?

โดยทีมงานไร่เทพ · อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2569

คำตอบสั้น ๆ: ปุ๋ยนาข้าวจะเสียเปล่าน้อยลงเมื่อแบ่งใส่ตามระยะข้าว โดยทั่วไปข้าวไม่ไวแสงแบ่งใส่ 3 ครั้ง (รองพื้น แตกกอ กำเนิดช่อดอก) ส่วนข้าวไวแสงอย่างหอมมะลิหรือ กข6 ใส่ 2 ครั้ง (รองพื้นและกำเนิดช่อดอก) อย่ารอให้ท้องข้าวป่องค่อยใส่รอบสุดท้าย เพราะช้าไปราว 2–3 สัปดาห์ ส่วนอัตราต้องดูค่าวิเคราะห์ดินและพันธุ์ข้าว

ข้าวแต่ละระยะควรได้ปุ๋ยอะไร และเมื่อไร?

ช่วงตั้งตัวข้าวสร้างราก ช่วงแตกกอสร้างหน่อให้ได้รวงมากพอ ช่วงกำเนิดช่อดอกสร้างรวงให้มีเมล็ดมาก จึงควรแบ่งใส่ตามจังหวะนี้

ระยะข้าวใส่อะไรเป็นหลักเมื่อไรไม่ไวแสง / ไวแสงดูอะไรก่อนใส่
1 รองพื้นP และ N ส่วนหนึ่ง เพิ่ม K ถ้าดินขาดนาดำ: ก่อนปักดำแล้วคราดกลบ หรือหลังปักดำไม่นาน · นาหว่าน/หยอด: หลังข้าวงอก 20–30 วัน ไม่ใส่พร้อมหว่านใส่ทั้งคู่ค่าวิเคราะห์ดิน
2 แตกกอไนโตรเจน (N)ช่วงข้าวแตกกอไม่ไวแสงใส่ · ไวแสงโดยทั่วไปข้ามสีใบ
กำเนิดช่อดอก (สร้างรวงอ่อน)N รอบสุดท้าย และ K ถ้าดินขาดราว 25–30 วันก่อนข้าวออกดอก ยังไม่เห็นท้อง · ข้าวไวแสงออกดอกตามช่วงเดือน ไม่ใช่ตามอายุใส่ทั้งคู่สีใบ วันที่คาดว่าจะออกดอก
ตั้งท้อง – เก็บเกี่ยวโดยทั่วไปไม่ใส่ปุ๋ยเม็ดเพิ่ม––N ที่ใส่ช้าอาจทำให้ข้าวสุกช้า

ตามข้อมูลของกรมการข้าว เรื่องข้าวไวต่อช่วงแสง ข้าวไวแสงแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งที่สองที่ระยะกำเนิดช่อดอก ประมาณ 25–30 วันก่อนออกดอก ถ้าจำเป็นต้องปักดำเดือนกันยายนหรือตุลาคม ให้รวมปุ๋ยครั้งที่สองไปใส่พร้อมครั้งแรก (ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออก ให้ดูคำแนะนำของพื้นที่) ตารางนี้เป็นหลักการ ไม่ใช่ใบสั่งปุ๋ย ส่วนอัตราให้ดูค่าวิเคราะห์ดิน หรือสอบถามกรมการข้าวและสำนักงานเกษตรในพื้นที่ตามพันธุ์ที่ปลูก

ทำไมใส่ปุ๋ยผิดจังหวะถึงเสียเปล่า?

เพราะปุ๋ยที่ข้าวยังใช้ไม่ทันอาจสูญเสียไปบางส่วน และปุ๋ยที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ข้าวต้องการก็ไม่ช่วยอะไร

  • รอให้ท้องข้าวป่องก่อนค่อยใส่: ระยะกำเนิดช่อดอกเกิดก่อนเห็นท้องราว 2–3 สัปดาห์ พอเห็นท้องป่อง จำนวนเมล็ดในรวงถูกกำหนดไปแล้ว
  • ใส่ตอนข้าวยังเล็กทีเดียวมาก ๆ: รากยังน้อย ไนโตรเจนส่วนหนึ่งอาจระเหยหรือถูกน้ำพาออกจากนา
  • ใส่ตอนดินแห้ง หรือน้ำกำลังไหลออก: ปุ๋ยเม็ดบนดินแห้งยังไม่ละลายถึงราก ยูเรียที่ค้างผิวดินระเหยได้ น้ำที่ไหลออกก็พาปุ๋ยไปด้วย
  • ใส่ N หลังกำเนิดช่อดอก: ไม่ได้เพิ่มเมล็ด แต่อาจทำให้ข้าวเขียวนาน สุกช้า และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลกับโรคไหม้ระบาดง่าย

จากแนวปฏิบัติที่ทีมไร่เทพใช้ตอบคำถามเรื่องข้าว เราจะถามอายุข้าวนับจากวันหว่านหรือวันปักดำก่อน เพราะเกษตรกรบางรายจำอายุข้าวไม่ได้ ทำให้ประเมินระยะข้าวคลาดเคลื่อนและอาจใส่ปุ๋ยผิดจังหวะ

ปุ๋ยกระสอบถัดไปควรใส่ตามระยะที่ข้าวอยู่จริง ไม่ใช่ตามความเคยชิน

ถ้าใส่ปุ๋ยแล้วข้าวยังไม่ตอบสนอง ดูข้าวไม่กินปุ๋ย ทำยังไง

จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาใส่ปุ๋ยรอบถัดไป?

ดูจากดิน สีใบ และระยะข้าว แล้วค่อยซื้อปุ๋ย

  1. ตรวจดินก่อนซื้อ: กรมพัฒนาที่ดินมีระบบ e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ลงทะเบียนแล้วส่งดินวิเคราะห์ได้โดยไม่เสียค่าบริการ (เลือกรายการได้จำกัด) และมีเครื่องคำนวณปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์
  2. เทียบสีใบในแปลง: กรมการข้าวมีแผ่นเทียบสีใบข้าว (LCC) แถบสี 4–6 ระดับ ใช้ประกอบการตัดสินใจว่าควรเติมไนโตรเจนหรือยัง

    โดยทั่วไป ถ้าสีใบยังสูงกว่าเกณฑ์ของพันธุ์ที่ปลูก ก็ยังไม่ต้องเติมรอบนี้ เกณฑ์ข้าวไวแสงกับไม่ไวแสงไม่เท่ากัน และแผ่นนี้ตัดสินเรื่องไนโตรเจนเท่านั้น ไม่ได้บอกเรื่อง P หรือ K
  3. รู้ระยะข้าวให้ถูก: จดวันหว่านหรือปักดำ (นาดำจดวันตกกล้าด้วย เพราะอายุพันธุ์อาจนับรวมช่วงกล้า) ส่วนรอบกำเนิดช่อดอกให้นับถอยหลัง 25–30 วันจากวันที่คาดว่าจะออกดอก ถ้าไม่แน่ใจให้ถามศูนย์วิจัยข้าวหรือเกษตรอำเภอ
  4. ดูสภาพน้ำ: ใส่ตอนมีน้ำตื้น ๆ หรือดินเป็นโคลนชุ่ม ปิดทางน้ำออก และอย่าเพิ่งระบายน้ำทิ้งหลังใส่

ในฐานะแบรนด์ที่ให้ความรู้ก่อนขาย เรามองว่าการลดต้นทุนปุ๋ยเริ่มจากการไม่ใส่ผิดที่ผิดเวลา ไม่ใช่การลดปุ๋ยลงโดยไม่รู้ว่าข้าวขาดอะไร

อาหารเสริมพืชของไร่เทพเกี่ยวกับการใส่ปุ๋ยนาข้าวอย่างไร?

เป็นอาหารเสริมที่ใช้คู่กับปุ๋ยเดิม ไม่ใช่ตัวแทนปุ๋ย ถ้าแผนปุ๋ยหลักยังไม่ลงตัว ควรแก้ตรงนั้นก่อน

อาหารเสริมพืชของไร่เทพไม่ได้ให้ N-P-K ทดแทนปุ๋ยหลัก ใช้เสริมการบำรุงข้าวตามฉลาก ช่วงข้าวออกดอก (ดอกบาน) ให้งดฉีดพ่นราว 7–10 วัน เพราะละอองน้ำรบกวนการผสมเกสรและอาจทำให้เมล็ดลีบ ถ้าไม่แน่ใจว่าข้าวอยู่ระยะไหน ถามทีมงานก่อนใช้

ปุ๋ยนาข้าวมีคำถามอะไรที่ควรรู้ต่อ?

ปุ๋ยรองพื้นข้าวจำเป็นทุกแปลงไหม?

ส่วนใหญ่ยังควรมี เพราะให้ทั้งฟอสฟอรัสและไนโตรเจนที่ข้าวใช้ช่วงตั้งตัว ถ้าค่าวิเคราะห์ดินบอกว่าฟอสฟอรัสหรือโพแทสเซียมสูงอยู่แล้ว ให้ปรับสูตร ไม่ควรตัดทิ้งโดยไม่ตรวจดิน

ใช้ปุ๋ยสูตรเดียวทุกระยะได้ไหม?

ได้บางกรณี แต่ข้าวแต่ละระยะต้องการธาตุไม่เท่ากัน และควรเลือกไนโตรเจนรูปแอมโมเนียม เช่น ยูเรีย เพราะรูปไนเตรตในนาน้ำขังสูญหายได้ง่าย

ข้าวใบเหลืองช่วงแตกกอ ต้องรีบใส่ไนโตรเจนไหม?

ยังไม่ต้องรีบ เช็กก่อนว่ามีรากดำเน่ากลิ่นไข่เน่าจากฟางที่ยังย่อยไม่หมด หรือมีเพลี้ยไฟ และเหลืองที่ใบล่างหรือใบอ่อน (ดูใบเหลืองขาดธาตุอะไร ดูใบแก่-ใบอ่อนเหลืองอย่างไร) ใบเหลืองไม่ได้แปลว่าขาดไนโตรเจนเสมอไป

อาหารเสริมพืชใช้แทนปุ๋ยนาข้าวได้ไหม?

ไม่ได้ ใช้คู่กับปุ๋ยเดิมเท่านั้น

ไม่แน่ใจว่าควรใส่ปุ๋ยนาข้าวตอนไหน ส่งแผนที่ใช้อยู่ให้ทีมงานดูได้ไหม?

ได้ ส่งชื่อพันธุ์ หว่านหรือปักดำ วันที่ลงแปลง จำนวนไร่ และสูตรปุ๋ยที่ใช้ มาทาง LINE OA ไร่เทพ ทีมงานช่วยดูว่าแผนปุ๋ยเดิมตรงกับระยะข้าวหรือยัง และควรเสริมช่วงไหน ไม่ได้ให้เลิกใส่ปุ๋ย

อ่านแนวคิดโดยรวมที่ ใส่ปุ๋ยยังไงให้คุ้ม

ธาตุอาหารหลักของพืชมี 3 ชนิด N P K ทำหน้าที่อะไร ขาดแล้วเป็นอย่างไร?

โดยทีมงานไร่เทพ · อัปเดตล่าสุด 27 ตุลาคม 2569

คำตอบสั้น ๆ: ธาตุอาหารหลักของพืชมี 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) เรียกว่า “หลัก” เพราะพืชต้องการในปริมาณมาก และดินที่ใช้ปลูกพืชมักขาดธาตุเหล่านี้ ตามกรมส่งเสริมการเกษตร พืชต้องการธาตุอาหารทั้งหมด 17 ธาตุ ส่วนตำราเก่าหรือบางเล่มบอก 16 ธาตุ เพราะนิกเกิล (Ni) เพิ่งถูกพิสูจน์ว่าจำเป็นต่อพืชในปี พ.ศ. 2530

ธาตุอาหารหลัก N P K แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร?

ทั้ง 3 ธาตุมีหน้าที่ต่างกัน ขาดตัวหนึ่ง ธาตุอื่นมาทดแทนไม่ได้ ตารางนี้สรุปให้ดูเทียบกัน

ธาตุหน้าที่หลักส่วนที่พืชใช้มากอาการเมื่อขาด
N ไนโตรเจนสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ลำต้นและใบโตใบ ลำต้น ยอดใบแก่ เหลืองซีดก่อน ต้นแคระ โตช้า
P ฟอสฟอรัสพัฒนาราก ช่วยแตกกอ ออกดอก ออกผล เป็นส่วนประกอบของสารเก็บพลังงาน (ATP) ในเซลล์ราก ดอก ผล เมล็ดใบแก่ เปลี่ยนเป็นสีม่วงแล้วน้ำตาล รากไม่เจริญ แตกกอไม่ดี
K โพแทสเซียมช่วยลำเลียงน้ำตาลและแป้งไปเก็บที่ผลและหัว คุมการเปิดปิดปากใบ เพิ่มคุณภาพผลผล หัว ลำต้นใบแก่ ขอบใบไหม้ ลำต้นอ่อนแอ ผลคุณภาพต่ำ

หมายเหตุ: อาการขาด P และ K อ้างจากหน้า 17 ธาตุอาหารพืชของกรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนข้อว่าอาการของ N P K ขึ้นที่ใบแก่ก่อน มาจากหลักทั่วไปของสรีรวิทยาพืช (ธาตุกลุ่มนี้ย้ายจากใบแก่ไปเลี้ยงใบอ่อนได้)

ธาตุอาหารพืชทั้ง 17 ธาตุ แบ่งเป็นกี่กลุ่ม?

แบ่งเป็น 4 กลุ่มตามแหล่งที่มาและปริมาณที่พืชต้องการ ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรสรุปไว้ (ตำราบางเล่มรวมกลุ่มที่ 3 และ 4 เป็น “จุลธาตุ”)

กลุ่มธาตุหน้าที่สั้น ๆ
จากอากาศและน้ำ (3)คาร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) ออกซิเจน (O)วัตถุดิบสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์แสง
ธาตุอาหารหลัก (3)ไนโตรเจน (N)สร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์
ฟอสฟอรัส (P)ราก ดอก ผล ส่วนประกอบของ ATP
โพแทสเซียม (K)ลำเลียงน้ำตาลและแป้ง ปากใบ คุณภาพผล
ธาตุอาหารรอง (3)แคลเซียม (Ca)ผนังเซลล์ ปลายราก ยอดอ่อน
แมกนีเซียม (Mg)ศูนย์กลางโมเลกุลคลอโรฟิลล์
กำมะถัน (S)ส่วนประกอบของโปรตีนบางชนิด
ธาตุอาหารเสริม หรือจุลธาตุ (8)เหล็ก (Fe)จำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์
แมงกานีส (Mn)ช่วยการสังเคราะห์แสง
สังกะสี (Zn)ช่วยการสร้างเอนไซม์และการยืดของยอด
ทองแดง (Cu)ช่วยเอนไซม์ในการหายใจ
โบรอน (B)ช่วยการติดดอก ผสมเกสร
โมลิบดีนัม (Mo)ช่วยการใช้ไนโตรเจนในต้น
คลอรีน (Cl)ช่วยการทำงานของปากใบและสมดุลน้ำในเซลล์ พืชไม่ค่อยขาด
นิกเกิล (Ni)ส่วนประกอบของเอนไซม์ยูรีเอส ช่วยพืชใช้ยูเรียในต้น พืชต้องการน้อยมาก

ตามบทความของสสวท. พืชได้ C H O จากอากาศและน้ำ 3 ธาตุ และอีก 14 ธาตุ (รวมนิกเกิล) จากดิน

ดูอย่างไรว่าพืชขาดธาตุอาหารหลัก?

เริ่มจากดูว่าอาการขึ้นที่ใบแก่ (ใบล่าง) หรือใบอ่อน (ใบยอด) แล้วจึงเทียบตารางด้านบน

  • ใบแก่เหลืองก่อน ต้นแคระ: สงสัยขาด N
  • ใบแก่ม่วงหรือคล้ำ รากน้อย: สงสัยขาด P
  • ขอบใบแก่ไหม้ ผลเล็ก คุณภาพต่ำ: สงสัยขาด K
  • ใบแก่เหลืองระหว่างเส้นใบ แต่เส้นใบยังเขียว: สงสัยขาด Mg (ธาตุอาหารรอง)
  • ใบอ่อนหรือยอดเหลือง: มักเป็น S Fe Mn Zn ไม่ใช่ N P K
  • ยอดอ่อนหงิก บิดเบี้ยว หรือยอดตาย: มักเป็น Ca หรือ B

ใบเหลืองมีหลายสาเหตุ ทั้งขาดธาตุ น้ำขัง รากเสีย และโรค ดูวิธีแยกสาเหตุแบบละเอียดได้ที่ทำไมใบพืชเป็นสีเหลือง ส่วนการสังเกตด้วยตาเป็นวิธีเบื้องต้นที่เร็วและประหยัด แต่ถ้าจะยืนยัน ควรตรวจดินหรือเนื้อเยื่อพืชร่วมด้วย

ธาตุอาหารหลักมาจากไหน ต้องใส่ปุ๋ยแบบไหน?

ธาตุอาหารหลักมาจากดินและปุ๋ย ถ้าดินไม่พอก็ต้องเติมด้วยปุ๋ย และบนกระสอบปุ๋ยเคมีจะมีตัวเลข 3 ชุดบอกปริมาณของ N P K ให้เสมอ

  • อ่านสูตรปุ๋ย N-P-K: ตัวเลข 3 ตัวบนกระสอบปุ๋ยเคมีคือ ไนโตรเจน (N) – ฟอสเฟต (P₂O₅) – โพแทช (K₂O) เป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก
  • ตัวอย่าง 16-16-8: ปุ๋ย 100 กิโลกรัม มี N 16 กก. ฟอสเฟต 16 กก. และโพแทช 8 กก.
  • ปุ๋ยเดี่ยว: เน้นธาตุเดียว เช่น ยูเรีย (46-0-0) มี N 46% ไม่มีฟอสเฟตและโพแทช อ่านเพิ่มที่วิธีใช้ปุ๋ยยูเรีย
  • ตรวจดินก่อนซื้อ: กรมพัฒนาที่ดินมีบริการวิเคราะห์ดินออนไลน์ (e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร) ส่งตัวอย่างดินหรือค้นผลวิเคราะห์ดินใกล้แปลงได้ ผลบอกค่าอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และคำแนะนำการใส่ปุ๋ย

N P K คือมื้อหลักของพืช ถ้ามื้อหลักไม่พอ อาหารเสริมอย่างเดียวก็แทนไม่ได้

ในฐานะผู้ผลิตอาหารเสริมพืชที่ใช้คู่กับปุ๋ยเดิม เรามองว่าก่อนจะเลือกผลิตภัณฑ์ใด ๆ เกษตรกรควรรู้ก่อนว่าพืชของตัวเองขาดอะไร การดูอาการที่ใบแก่/ใบอ่อน แล้วตรวจดินยืนยัน ช่วยให้ไม่ซื้อของที่ไม่จำเป็น

อ่านต่อ:

ธาตุอาหารพืชมีคำถามอะไรที่คนถามบ่อย?

ธาตุอาหารหลักของพืชมีอะไรบ้าง?

มี 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) พืชต้องการมาก และดินมักขาด จึงเป็นธาตุหลักในปุ๋ยเคมีทั่วไป

ธาตุอาหารพืชมีกี่ชนิด 16 หรือ 17?

17 ธาตุตามกรมส่งเสริมการเกษตรและ สสวท. ตำราเก่าหรือบางเล่มบอก 16 ธาตุ เพราะนิกเกิลเพิ่งถูกพิสูจน์ว่าจำเป็นต่อพืชในปี พ.ศ. 2530 ถ้าไม่นับ C H O ที่ได้จากอากาศและน้ำ จะเหลือ 14 ธาตุที่พืชดูดจากดิน

ธาตุอาหารรองของพืชมีอะไรบ้าง?

มี 3 ธาตุ คือ แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) และกำมะถัน (S) พืชต้องการรองลงมาจากธาตุอาหารหลัก

ธาตุอาหารมีความสำคัญต่อพืชอย่างไร?

ธาตุอาหารใช้สร้างส่วนประกอบของต้น เช่น โปรตีน คลอโรฟิลล์ ราก ดอก ผล ถ้าธาตุใดขาด พืชโตไม่ครบวงจรชีวิต และธาตุอื่นมาทดแทนไม่ได้ พืชจะแสดงอาการผิดปกติให้เห็นที่ใบ ผล กิ่ง หรือลำต้น

ปุ๋ยกับธาตุอาหารต่างกันอย่างไร?

ธาตุอาหารคือสิ่งที่พืชดูดไปใช้ ส่วนปุ๋ยคือวัสดุที่เติมลงดินหรือพ่นทางใบเพื่อให้ธาตุอาหารเหล่านั้น เช่น ยูเรียให้ N


ใส่ปุ๋ยหลักครบแล้ว อยากบำรุงเพิ่ม ไร่เทพคืออะไร?

ถ้าใส่ปุ๋ยหลักครบแล้วและอยากบำรุงเพิ่ม ไร่เทพเป็นอาหารเสริมพืช ไม่ใช่ปุ๋ย ใช้คู่กับปุ๋ยหลักเดิม ไม่ได้ให้ N P K แทนปุ๋ย

  • ส่วนผสมสำคัญ: กรดฮิวมิค กรดฟูลวิค อะมิโนสูตรที่ไร่เทพพัฒนาเอง และผงสาหร่ายทะเล
  • วิธีใช้: ผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ ใช้ควบคู่กับโปรแกรมปุ๋ยเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนปุ๋ยที่ใช้อยู่

ไม่แน่ใจว่าพืชของคุณขาดอะไร ส่งรูปใบและบอกชนิดพืช ระยะที่ปลูก มาทาง LINE @raithep ทีมงานช่วยดูให้ ดูภาพรวมได้ที่หน้าแรกไร่เทพ

ปุ๋ยอินทรีย์&ปุ๋ยชีวภาพ

ปุ๋ยอินทรีย์

คือปุ๋ยที่ประกอบไปด้วยสารอินทรีย์อันเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นซากพืช ซากสัตว์ ผลิตผลที่ได้จากตัวสัตว์ หรือแม้แต่เศษซากจากกระบวนการบางอย่างของเหล่าจุลินทรีย์ ความแตกต่างของที่มาส่งผลให้ลักษณะทางกายภาพของปุ๋ยอินทรีย์นั้นแตกต่างกัน และมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันด้วย ปุ๋ยอินทรีย์ถือกำเนิดขึ้นมาก่อนและเป็นต้นแบบเพื่อการต่อยอดให้กับปุ๋ยประเภทอื่น เรารู้จักการใช้ประโยชน์จากปุ๋ยอินทรีย์ ตั้งแต่ยังไม่เข้าใจถึงองค์ประกอบของมันเสียอีก โดยคาดว่าปุ๋ยมูลสัตว์หรือปุ๋ยคอกน่าจะเป็นชนิดแรกที่ถูกนำมาใช้งาน 1. ปุ๋ยคอก (Animal manure) คือ ปุ๋ยที่ได้จากมูลสัตว์ ตัวอย่างของประเภทสัตว์ที่นิยมใช้กันได้แก่ มูลโค มูลไก่ มูลเป็ด และมูลสุกร แน่นอนว่ามูลสัตว์ชนิดอื่นก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน แต่มูลของสัตว์เหล่านี้หาได้ง่ายกว่า อีกทั้งส่วนมากยังเป็นผลพลอยได้ของการเกษตรเชิงผสมผสานอยู่แล้วด้วย มูลสัตว์นั้นไม่ใช่ของเสียแต่เป็นซากพืชซากสัตว์ที่ผ่านการย่อยในกระเพาะอาหารมาแล้ว จึงมีธาตุอาหารหลายชนิดที่ดีต่อพืชและดิน 2. ปุ๋ยหมัก (Compost) คือ ปุ๋ยที่ได้จากระบวนการหมักจนเกิดการย่อยสลายในเชิงชีววิทยา จากข้อมูลเกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์กล่าวว่า ส่วนมากนิยมใช้ของเหลือในกิจกรรมทางการเกษตร เช่น หยวกกล้วย ฟางข้าว เป็นต้น นำวัตถุดิบมาทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนนำไปหมักในสภาวะอันเหมาะสม เพื่อรอให้จุลินทรีย์ทำหน้าที่ของมัน สุดท้ายจะได้ผลลัพธ์เป็นปุ๋ยหมักที่มีเนื้อยุ่ย อนุภาคแยกจากกันได้โดยง่าย มีคุณสมบัติพร้อมทั้งการบำรุงและปรับปรุงกายภาพของดิน 3. ปุ๋ยพืชสด (Green manure) คือ ปุ๋ยที่ได้จากการเลือกพืชบางชนิดมาเพาะปลูกในพื้นที่ เมื่อโตได้ระยะหนึ่งก็ไถกลบเพื่อให้พืชนั้นย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ จุดเด่นของปุ๋ยชนิดนี้อยู่ที่การเพิ่มปริมาณไนโตรเจนให้แก่ดิน เพราะพืชที่นิยมใช้ทำปุ๋ยพืชสดนั้น นอกจากต้องเติบโตได้เร็วแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติตรึงธาตุไนโตรเจนได้ดีมากด้วย เช่น พืชตระกูลถั่วทั้งหมด ปอเทือง โสน เป็นต้น จะเรียกว่าเป็นการบำรุงดินครั้งใหญ่หลังจากเสื่อมโทรมเพราะการเพาะปลูกก่อนหน้านี้ก็ได้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2550 หมายความว่า ปุ๋ยที่ได้จากการนำจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่สามารถสร้างธาตุอาหาร หรือช่วยให้ธาตุอาหารเป็นประโยชน์กับพืชมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินทางชีวภาพ ทางกายภาพ หรือทางชีวเคมี และให้หมายความรวมถึงหัวเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากความหมายของปุ๋ยชีวภาพแล้ว ยังมีคำนิยามที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยชีวภาพที่ควรทราบเพิ่มเติมในการที่จะใช้ซื้อ หรือจำหน่ายปุ๋ยชีวภาพ ดังนี้ “ ชนิดของจุลินทรีย์ ” หมายความว่า กลุ่มหรือสกุลของจุลินทรีย์ เป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์ของจุลินทรีย์ “ หัวเชื้อจุลินทรีย์ ” หมายความว่า จุลินทรีย์ชีวภาพที่มี จำนวนเซลล์ต่อหน่วยสูงซึ่งถูกเพาะเลี้ยงโดยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ “ วัสดุรองรับ ” หมายความว่า สิ่งที่นำมาใช้ในการผสมกับหัวเชื้อจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพ “ ปริมาณจุลินทรีย์รับรอง ” หมายความว่า ปริมาณขั้นต่ำที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารับรองถึงจำนวนเซลล์รวม หรือจำนวนสปอร์รวม หรือจำนวนตามที่หน่วยวัดอื่น ที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่มีอยู่ในปุ๋ยชีวภาพหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ตนผลิตหรือนำข้าแล้วแต่กรณี “ จุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค ” หมายความว่าจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคต่อมนุษย์สัตว์ หรือพืชและให้หมายความรวมถึงจุลินทรีย์ที่ทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ประเภทของปุ๋ยชีวภาพ สามารถแบ่งตามลักษณะการให้ธาตุอาหารแก่พืช ได้ 2 ประเภท คือ 1.ปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์สร้างธาตุอาหารพืชจุลินทรีย์ที่สามารถสร้างธาตุอาหารพืชได้ในปัจจุบันพบเพียงกลุ่มเดียวคือ กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน ประกอบด้วยแบคทีเรีย และแอคติโนมัยสีท จุลินทรีย์ในกลุ่มนี้มีชุดยีนที่ควบคุมการสร้างเอนไซม์ไนโตรจีเนส ( Nitrogenase enzyme ) และควบคุมกระบวนการตรึงไนโตรเจน จากอากาศที่มีประสิทธิภาพเป็นองค์ประกอบในจีโนมปุ๋ยชีวภาพประเภทนี้ สามารถแบ่งตามลักษณะ ความสัมพันธ์กับพืชอาศัยได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วยแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนที่อาศัยอยู่ร่วมกับพืชแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ( Symbiotic nitrogen fixation ) ปุ๋ยชีวภาพกลุ่มนี้ มีแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนสูงมากเป็นส่วนประกอบ สามารถทดแทนปุ๋ยเคมีไนโตรเจนให้กับพืชอาศัยได้มากกว่า 50-100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ ชนิดของพืชอาศัย รวมทั้งระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ส่วนใหญ่มีการสร้างโครงสร้างพิเศษอยู่กับ พืชอาศัยและตรึงไนโตรเจนทางชีวภาพจากอากาศ ได้แก่ การสร้างปมของแบคทีเรียไรโซเบียม กับพืชตระกูลถั่วชนิดต่าง ๆ การสร้างปมที่รากสน ของแฟรงเคีย ( Frankia ) การสร้างปมที่รากปรงของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สกุลนอสทอค ( Nostoc ) การอาศัยอยู่ในโพรงใบแหนแดง ของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สกุลอะนาบีนา ( Anabaena ) เป็นต้น ในกลุ่มนี้พืชอาศัยจะได้รับไนโตรเจนที่ตรึงได้ทางชีวภาพจากจุลินทรีย์ไปใช้โดยตรง สามารถนำไปใช้ในการสร้างการเจริญเติบโตเพิ่มผลผลิต และคุณภาพพืชได้อย่างมีระสิทธิภาพ กลุ่มที่ 2 ปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วยแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนที่อาศัยอยู่ร่วมกับพืชแบบอิสระ ( Non-symbiotic nitrogen fixation ) แบคทีเรียกลุ่มนี้ มีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจน จึงสามารถทดแทนปุ๋ยไนโตรเจนให้กับพืชที่อาศัยระหว่าง 5 – 30 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสกุลของจุลินทรีย์ชนิดของพืชอาศัย และระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน สามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ 2.1 แบคทีเรียที่อาศัยอยู่อย่างอิสระในดินและบริเวณรากพืช ได้แก่ สกุลอะโซโตแบคเตอร์ ( Azotobacter ) และ สกุลไบเจอริงเคีย ( Beijerinckia ) เป็นต้น 2.2 แบคทีเรียที่พบอาศัยอยู่ได้ทั้งในดิน บริเวณรากพืช และภายในรากพืชชั้นนอก ได้แก่ สกุลอะโซสไปริลลัม ( Azospirillum ) และสกุลบาซิลลัส ( Bacillus ) เป็นต้น 2.3 แบคทีเรียที่พบอาศัยอยู่ภายในต้นและใบพืช ได้แก่ กลูคอนอะซีโตแบคเตอร์ไดอะโซโตรฟิคัส ( Gluconacetobacter diazotrophicus ) ที่พบในอ้อย และกาแฟ สกุลเฮอบาสไปริลลัม ( Herbaspirillum ) ที่พบในข้าว อ้อย และพืชเส้นใยบางชนิด และสกุลอะโซอาร์คัส ( Azoarcus ) ที่พบในข้าวและหญ้า เป็นต้น 2. ปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ทำให้ธาตุอาหารเป็นประโยชน์กับพืชปุ๋ยชีวภาพในกลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชบางชนิดที่ถูกตรึงอยู่ในดิน ในรูปที่พืชไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ให้เป็นประโยชน์กับพืชได้มากขึ้น โดยจุลินทรีย์กลุ่มนี จะสร้างกรดอินทรีย์ หรือเอนไซม์บางชนิด เพื่อละลายธาตุอาหารที่ถูกตรึงอยู่ในดินสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซา ประกอบด้วยกลุ่มราไมคอร์ไรซาที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดใช้ธาตุอาหารให้แก่พืช โดยจะสร้างเส้นใยเข้าไปในราก และเส้นใยบางส่วนจะเจริญอยู่ในดินบริเวณรอบรากพืช ช่วยดูดธาตุอาหารต่าง ๆ และละลายฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงอยู่ในดิน แล้วส่งผ่านธาตุอาหารไปทางเส้นใยราเข้าสู่รากพืช ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและสร้างผลผลิตอย่างเพียงพอ ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซาที่มีการนำมาใช้ทางการเกษตรมี 2 กลุ่ม คือ 1) อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา ( Arbuscular mycorrhiza ) ใช้กับพืชสวน พืชไร่ พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับ และ 2) เอ็คโตไมคอร์ไรซา ( Ectomycorrhiza ) ใช้กับไม้ผลไม้ป่า และไม้โตเร็ว กลุ่มที่ 2 ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟต ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ช่วยเพิ่ม ความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัส โดยการสร้างและปลดปล่อยกรดอินทรีย์และกรดอนินทรีย์ ออกมานอกเซลล์เพื่อละลายสารประกอบอนินทรีย์ฟอสเฟต ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืชและสะสมในดิน นอกจากนี้ยังสร้างและปลดปล่อยเอนไซม์บางชนิดออกมานอกเซลล์ เพื่อย่อยสลายสารประกอบอินทรีย์ฟอสเฟตที่อยู่ในดิน ยกตัวอย่าง เช่น การสร้างเอนไซม์ไฟเตส ( Phytase ) ในการย่อยสลายไฟเตท ( Phytate ) และปลดปล่อย โมโนไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน ( HPO42 – ) และ ไดไฮโดรเจนฟอสเฟต ( H2PO4 – ) ออกมาในสารละลายดิน ซึ่งพืชจะนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตและสร้างผลผลิตต่อไป กลุ่มที่ 3 ปุ๋ยชีวภาพละลายโพแทสเซียม ประกอบด้วยจุลินทรีย์ช่วยเพิ่มความเป็นประโยชน์ของโพแทสเซียม ได้แก่ สกุลบาร์ซิลลัส ( Bacillus ) สกุลคลาโดสปอริออยเดส ( Cladosporioides ) สกุลคลาโดสปอเรียม ( Cladosporium ) สกุลคลอสทริเดียม ( Clostridium ) สกุลเพนนิซิลเลียม ( Penicillium ) และสกุลไทโอบาร์ซิลลัส ( Thiobacillus ) เป็นต้น โดยจุลินทรีย์กลุ่มนี้จะสร้างกรดอินทรีย์ และอนินทรีย์ออกมาละลายโพแทสเซียมออกจากการตรึงของแร่ดินเหนียวบางชนิดจึงสามารถใช้เป็นจุลินทรีย์สำหรับผลิตปุ๋ยชีวภาพได้ สามารถใช้ได้ผลดีทั้ง ในพืชสวนและพืชไร่

อ่านต่อ: ฮิวมิคคืออะไร ช่วยพืชเรื่องอะไร

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

📌จากข่าว สารไซยาไนด์ ใช้ฆ่าคนได้ ที่เป็นกำลังเป็นสนใจอยู่ในปัจจุบัน
สารไซยาไนด์ เพียงใช้สาร1มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น น้ำหนัก 60 กิโล ใช้สารไซยาไนด์เพียง 60 มิลลิกรัม ไม่ถึงกรัมด้วยซ้ำยังฆ่าคนได้😲

📌สาร ไซยาไนด์ คือสารเคมีอันตรายที่ออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เซลล์ใช้ออกซิเจนไม่ได้ จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ไซยาไนด์สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธี ทั้งการสัมผัส การสูดดม รับประทาน เป็นต้น อาการแสดงหลังได้รับไซยาไนด์ ตัวอย่างเช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หายใจติดขัด หมดสติ และหัวใจหยุดเต้น

📌นอกจากนี้ในภาคการเกษตร ก็ยังมีสารเคมีที่นิยมใช้กันแพร่หลาย เช่นสาร เมทิล พาราไทออน (Methyl palathion) หรือที่รู้จักกันคือ โฟลิดอน และสาร เมโทมิล (Methomyl) หรือที่รู้จักกันคือ แลนเนท เป็นสารที่ใช้ป้องกันและกำจัดศรัตรูพืชทางการเกษตร และสาร พาราควอต (Paraquat) หรือรู้จักกันคือ กรัมม็อคโซน เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบเผาไหม้ เมื่อฉีดพ่นไปโดนส่วนที่เป็นใบสีเขียว จะทำให้วัชพืชใบเหี่ยวไหม้ และตายไป ซึ่งสารเคมีที่กล่าวถึงข้างต้น ล้วนแล้วแต่ใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยไม่กี่มิลลิกรัมหรือมิลลิตร ก็สามารถกำจัดศัตรูพืชทางการเกษตร ทั้งหนอน แมลง ไร และวัชพืช ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วละเฉียบพลัน

📌เปรียบเทียบกับไร่เทพ ที่เกษตรกรบางท่านที่ไม่เคยรู้จักไร่เทพ มักจะบอกว่า
ไร่เทพ ซองเล็กนิดเดียว ผงในซองก็มีไม่เยอะ จะช่วยทำให้พืชดีขึ้นได้อย่างไร?

📌อาหารเสริมพืช ไร่เทพ

มีส่วนผสมที่เพิ่มขึ้นออกฤทธิ์เห็นผลเร็วและแรงกว่า เพราะ เป็นสูตรพิเศษที่มีการเสริมคุณภาพของวัตถุดิบให้มีความเข้มข้นสูง และมีประโยชน์ต่อพืชมากยิ่งขึ้น โดย 1 ซอง ประกอบไปด้วย สารฮิวมิค สาหร่ายทะเล สารฟูลวิค กรดอะมิโนจากสัตว์ทะเล และสารวิตามิน สังเคราะห์จากประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารที่พืชต้องการในการสร้างเซลล์ มีส่วนช่วยให้พืชเกิดขบวนสังเคราะห์แสงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ส่งผลให้พืชโตเร็ว รากยาว การดูดธาตุอาหารในดินดีกว่าปกติ สามารถละลายน้ำได้ดีและเร็ว ละลายหมดไม่มีตกตะกอน และผนวกกับไร่เทพใช้ฉีดบ่นท่างใบ ก็ยิ่งทำให้พืชดูดซึมได้ง่ายและสามารถนำไปใช้ได้เลย

📌ส่งผลให้การใช้ไร่เทพในการฉีดพ่นทางใบให้พืช อย่างต่อเนื่องก็จะช่วยเพิ่มผลผลิต พืชโตเร็ว เพิ่มผล เพิ่มแป้ง เพิ่มน้ำตาล ดึงช่อ แตกกอ ลงหัว และสามาถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ในพืชผักกินใบ ใบพืชจะเขียวดำ ใบใหญ่หนา ได้น้ำหนักดี อีกทั้งยังทำให้ดินที่ดีและสมบูรณ์

📌โดยอัตราการใช้ 1 ซอง สามารถผสมน้ำได้ 100-200 ลิตร ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน และใช้ได้ถึง 3-5 ไร่
สอบถามเพิ่มเติมทักแชท หรือ โทร 098-280-8200
📣โปรไร่เทพสุดคุ้ม เลือกเลยอยากได้แบบไหน ✨
🟩ไร่เทพ 1 กล่อง 1,000 บาท แถมเสื้อแขนยาว 1 ตัว
🟩ไร่เทพ 2 กล่อง 1,500 บาท คงราคาเดิม
🟩ไร่เทพ 5 กล่อง 3,000 บาท คงราคาเดิม
🟩ไร่เทพ 10 กล่อง 5,000 บาท แถมหมวกไอโม่ง 1 ใบ
จัดส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง
🟩และชุดทดลอง 2 ซอง 250 บาท กับ 5 ซอง 550 บาทเหมือนเดิม
👉 ดินเทพ 1 ขวด ลดราคาพิเศษเหลือ 690 บาท
(จากปกติ 890 บาท)
👉 ซื้อดินเทพ 3 ขวด เพียง 1,780 บาท
(จากปกติ 2,670)
#ดินเทพ #ไร่เทพ #เทพๆ #อาหารเสริมพืช #ปุ๋ยทางใบ #สารปรับโครงสร้างดิน #อาหารของจุลินทรีย์ในดิน #ดินฟู #ร่วนซุย #ปลอดภัย #ไม่ทิ้งสารตกค้าง #สารจับใบ #เกษตรกร #ชาวไร่ #ชาวนา #ข้าว #ฮอร์โมน #ปุ๋ย #ข้าวโพด #ชาวไร่มันสำปะหลัง #ภาพหลุด #แถลงข่าว #แกลบ #ไซยาไนด์

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

      มีการวิจัยหนึ่ง จากนักวิชาการโรคพืช งานจุลินทรีย์ดิน กองปฐพีวิทยา กรมวิชาการเกษตร เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 (เกือบ 50 ปีมาแล้ว) ที่จังหวัด ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งผลการทดลองนั้นปรากฏว่า การใส่เชื้อไรโซเบียมให้กับถั่วเหลืองอย่างเดียวสามารถทำให้ผลผลิตสูงเท่าๆกัน กับการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างเดียว และการใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันก็ไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นของผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ในบางพื้นที่ การใช้ไรโซเบียมอย่างเดียวนั้นกลับได้ผลผลิตเยอะกว่าอีกด้วย!

ใครอยากอ่านงานวิจัยอายุ 50 ปีนี้ ตามกันไปได้ที่ : การเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองโดยการใช้เชื้อไรโซเบียมและปุ๋ยไนโตรเจน

บทความนี้ ฤทธิรอนขอนำเสนอ การเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงดินด้วยจุลินทรีย์ไรโซเบียมกันครับ

ไรโซเบียม คืออะไรและทำหน้าที่อะไร

ไรโซเบียมเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่าจุลินทรีย์ในดิน มีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนลงสู่พื้นดินและเข้าไปอยู่ร่วมกับพืชตระกูลถั่วบริเวณรากของมัน จึงมักถูกเรียกว่า “จุลินทรีย์ปมรากถั่ว”

การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณที่สูงเกินไปนั้น อาจทำให้เกิดการสูญเสียไนโตรเจนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเกิดจากการชะล้างของฝน หรือ การเปลี่ยนกลายเป็นก๊าซไนโตรเจน ลอยกลับสู่อากาศ 

นอกจากนี้ แท้จริงแล้วไรโซเบียมไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไนโตรเจนและมันก็ยังคงสร้างปมรากได้ดีแม้ดินนั้นจะไม่ค่อยมีไนโตรเจนมากนัก แต่ที่สำคัญ คือมันทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการส่วนตัวของพืชตระกูลถั่ว ทันทีที่ถั่วต้องการไนโตรเจน เช่น ระยะเริ่มติดฝัก ไรโซเบียมก็จะจัดการตรึงไนโตรเจนส่งไปยังเมล็ดโดยตรงทันที! ซึ่งต่างจากไนโตรเจนที่ได้จากปุ๋ย มันจะถูกส่งไป”เปลี่ยนรูปแบบ” ที่ใบก่อน แล้วจึงค่อยส่งมาที่เมล็ด ดังนั้น เมื่อถั่วเหลืองมีปมอยู่ที่ราก ไรโซเบียมก็จะทำหน้าที่ของมัน ทำให้เมล็ดสมบูรณ์และผลผลิตสูง (นักวิจัยยังบอกว่า การใส่ปุ๋ยในช่วงแรก จะทำให้พืชเขียวจริง แต่ก็ไม่ได้การรันตีในเรื่องของผลผลิต)

ด้วยข้อเท็จจริงข้างต้น จึงไม่แนะนำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนกับการปลูกถั่ว แต่แนะนำให้ใช้เชื้อไรโซเบียมแทน

ถั่วเหลืองฝักสด ปลูกทดแทนข้าวนาปรัง

ในขณะที่ดอกเบี้ย จากหนี้เก่าของค่าปุ๋ยจากการปลูกข้าวรอบที่แล้ว กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าข้าวที่ฉีดไร่เทพ ชาวนาก็ต้องมาปวดหัวอีกรอบว่า ข้าวนาปรังครั้งนี้เอายังไงดี ครั้นจะลงทุนปลูกข้าวอีกทีก็รู้สึกเข็ดขยาด ครั้นจะปล่อยทิ้งให้ที่นาว่างเปล่า ก็เสียโอกาสโดยใช่เหตุ อย่ากระนั้นเลย วันนี้ฤทธิรอน ของอาสาหาข้อมูลมาแบ่งบันกับพี่น้องชาวนา ให้หันมาปลูก ถั่วเหลืองฝักสดแทนการปลูกข้าวนาปรังกันครับ

 

เก็บเกี่ยวไว (สั้นกว่าเท่าตัว) ใช้น้ำน้อย (กว่า 5 เท่า)

 

ถั่วเหลืองฝักสด (ถั่วแระญี่ปุ่น) เป็นพืชอายุสั้น อายุการเก็บเกี่ยวเพียง 68-70 วัน ในขณะที่ข้าวนาปรังมีอายุเก็บเกี่ยว 120 วัน ต่างกันเท่าตัว อีกทั้งยังเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย เพียง 300 ลบ.ม ต่อไร่ น้อยกว่าข้าวนาถึง 5 เท่า คือ 1500 ลบ.ม. เหมาะมากสำหรับช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

 

รีวิวการใช้ไร่เทพ ในสวนทุเรียน

😊ไร่เทพของดีต้องมีโชว์😊

รีวิวการใช้ไร่เทพ ในสวนทุเรียนที่ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ของคุณเฉลิมชัย

😊คุณเฉลิมชัย เล่าว่า : ถ้ากลุ่มฮอร์โมนพืข หรืออาหารเสริมพืช ผมใช้ไร่เทพตัวเดียว ใช้มานานมาก ไม่ต้องบอกว่าดีอย่างไร ดูจากภาพที่ผมส่งให้นะครับ พูดคำเดียวว่า ถ้าไม่ดีจริงผมไม่ใช้หรอก สุดยอดจริง ไร่เทพ

😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ

ส่วนผสมหลัก: กรดฮิวมิค กรดฟูลวิค อะมิโนสูตรที่ไร่เทพพัฒนาเอง และผงสาหร่ายทะเล ใช้ฉีดพ่นทางใบคู่กับปุ๋ยเดิม
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

การดูแลทุเรียน ให้ปัง เปรี้ยงปร้าง

👩‍🌾เคล็ดไม่ลับ กับ ไร่เทพเกษตรลั่นทุ่ง🥰
👩‍🌾การดูแลทุเรียน ให้ปัง เปรี้ยงปร้าง👩‍🌾
👩‍🌾การให้น้ำ
ควรให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงที่มีการเจริญเติบโตทางใบ และงดน้ำในช่วงปลายฝนเพื่อเตรียมการออกดอก เมื่อทุเรียนออกดอกแล้วให้ควบคุมปริมาณน้ำที่จะให้ โดยค่อยๆ เพิ่มปริมาณน้ำขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ดอกทุเรียนมีพัฒนาการที่ดี จนเมื่อดอกทุเรียนพัฒนาถึงระยะหัวกำไล (ก่อนดอกบาน 1 สัปดาห์) ก็ให้ลดปริมาณน้ำลงโดยให้เพียง 1 ใน 3 ของปกติ เพื่อช่วยให้มีการติดผลดีขึ้นและให้น้ำในปริมาณนี้ไปจนดอกบานและติดผลได้ 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณน้ำขึ้นเรื่อยๆ และต้องให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอตลอดช่วงพัฒนาการของผลทุเรียน
👩‍🌾การใส่ปุ๋ย
ควรใส่ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดินตามผลการตรวจวิเคราะห์ดิน หรืออาจใส่ปุ๋ยตามแนวทางดังนี้
1. ใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ต้นหลังเก็บเกี่ยว
– ปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 20 ถึง 50 กิโลกรัมต่อต้น
– ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้นเท่ากับ 1 ใน ของเส้นผ่า ศูนย์กลางทรงพุ่ม
ช่วงบำรุงต้น 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 15 วัน
2. ใส่ปุ๋ยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของผล
– เมื่อผลมีอายุ 7 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-12-17-2 หรือ 13-13-21 อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้น เท่ากับ 1 ใน 3 ของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม
ช่วงบำรุงผล 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 10 วัน
3. ใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ
– เมื่อผลมีอายุ 10 ถึง 11 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-50 อัตรา 1 ถึง 2 กิโลกรัมต่อต้น
ช่วงบำรุงผล 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 10 วัน
👩‍🌾การตัดแต่งดอก
ทำการตัดแต่งดอกหลังจากออกดอก 5 สัปดาห์ ควรตัดแต่งช่อดอกบนกิ่งขนาดเล็ก (เส้นผ่าศูนย์กลางกิ่งน้อยกว่า 2 เซนติเมตร) หรือดอกที่อยู่ปลายกิ่งทิ้งให้เหลือเฉพาะดอกรุ่นเดียวกันในกิ่งเดียวกัน ให้มีจำนวนช่อดอกประมาณ 3 ถึง 6 ช่อดอกต่อความยาวกิ่ง 1 เมตร แต่ละช่อดอกห่างกันประมาณ 30 เซนติเมตร
👩‍🌾การตัดแต่งผล
ครั้งที่ 1 เมื่อผลอายุ 4 ถึง 5 สัปดาห์หลังดอกบาน ตัดแต่งผลที่มีขนาดเล็ก รูปทรงบิดเบี้ยว และไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการออก เหลือผลไว้ประมาณ 2 ถึง 3 เท่าของจำนวนผลที่ต้องการไว้จริง ครั้งที่ 2 เมื่อผลอายุ 6 สัปดาห์หลังดอกบาน ระยะนี้ผลที่ปกติจะมีการขยายตัวด้านยาว สีผิวเขียวสดใส หนามมีขนาดปกติเรียวเล็ก ถ้าตรวจพบผลที่มีพัฒนาการผิดปกติ มีขนาดเล็ก หนามแดง หรือมีโรคแมลงเข้าทำลาย ให้ตัดทิ้ง
ข้อมูลจาก (กรมวิชาการเกษตร)
ห้ามฉีดช่วงช่อดอกบาน ให้รดที่โคนต้นแทน 1 ซอง 100 ลิตร ฉีดทุก 20-30 วัน ห่างจากโคนต้น 60 cm.
ฉีดที่ใบ การลดไร่เทพที่โคนต้น ในลดหลังจากให้น้ำปกติ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
ส่วนผสมหลัก: กรดฮิวมิค กรดฟูลวิค อะมิโนสูตรที่ไร่เทพพัฒนาเอง และผงสาหร่ายทะเล ใช้ฉีดพ่นทางใบคู่กับปุ๋ยเดิม
***ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำได้ 100-200 ลิตร ใช้ได้ 3-5 ไร่
ต้นทุนไร่เทพ 1 ซอง ราคา 100 ใช้ได้ 3-5 ไร่
ค่าเฉลี่ยประมาณ 20 บาท 1 ไร่เท่านั้น ประหยัดสุดๆ

วิธีใช้ไร่เทพ ในนาข้าว ให้ข้าวออกรวง แบบงามสะพรั่ง

วิธีใช้ไร่เทพ ในนาข้าว ให้ข้าวออกรวง แบบงามสะพรั่ง ได้ผลผลิตสูง 

ไร่เทพ ใช้ในนาข้าว จะช่วยให้ข้าว แตกก่อได้ดี รากเยอะ ไม่อั้นรวง รวงใหญ่ ข้าวเต็มเมล็ด ผลิตผลิตเยอะ ทนแล้งทนหนาวได้ดี

อัตราส่วนในการใช้ไร่เทพ ตามระยะของข้าว

1.ระยะต้นกล้า               อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 200 ลิตร (สามารถฉีดได้พร้อมกับยาคุมเลนเลย)2.ระยะแตกกอ               อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 150-200 ลิตร3.ระยะเริ่มสร้างช่อดอก   อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-150 ลิตร4.ระยะช่วงข้าวตั้งท้อง     อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-150 ลิตร5.ระยะก่อนเก็บเกี่ยว       อัตราส่วน ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-150 ลิตร(ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 30 วัน หรือตอนข้าวเป็นน้ำนม) ไร่เทพสามารถฉีดพ่น พร้อมผสมกับยาฆ่าแมลงและยากันเชื้อราได้

ข้อห้ามเด็ดขาด

1.หลีกเลี่ยงใช้ไร่เทพผสมกับยาฆ่าหญ้า เพราะต้นหญ้าจะได้รับสารอาหารไปด้วยทำให้หญ้าไม่ตาย2.หลีกเลี่ยงฉีดไร่เทพในช่วงข้าวตากเกสร3.หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นใกล้ต้นข้าวในระยะใกล้ๆ (ห้ามฉีดจี้) แนะนำให้ฉีดห่างๆ เป็นละอองเท่านั้น4.หลีกเหลี่ยงฉีดพ่นไร่เทพ ในช่วงแดดจัด แนะนำให้ฉีดในช่วงเวลาก่อน 10 โมงเช้าและฉีดหลัง 5 โมงเย็นเพราะการฉีดไร่เทพในช่วง เช้าหรือช่วงเย็น หรือช่วงอุณหภูมิต่ำจะเป็นช่วงที่ปากใบเปิด ทำให้ต้นข้าวได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพส่วนผสมหลัก: กรดฮิวมิค กรดฟูลวิค อะมิโนสูตรที่ไร่เทพพัฒนาเอง และผงสาหร่ายทะเล ใช้ฉีดพ่นทางใบคู่กับปุ๋ยเดิม ***ไร่เทพ 1 ซอง ผสมน้ำได้ 100-200 ลิตร ใช้ได้ 3-5 ไร่ต้นทุนไร่เทพ 1 ซอง ราคา 100 ใช้ได้ 3-5 ไร่ค่าเฉลี่ยประมาณ 20 บาท 1 ไร่เท่านั้น ประหยัดสุดๆWebsite: https://raithep.com/Youtube : https://bit.ly/2GE2Z0t💬M.me/RaithepNanoLine id : http://line.me/ti/p/~@raithep🏬Shopee.co.th/raithep_thailand🛒Lazada.co.th/raithep-nanoTel. : 098-280-8200—————————-

อ่านต่อ: ใส่ปุ๋ยข้าวนาปรังกี่ครั้ง สูตรอะไร

ต้นไม้มงคล ช่วยลดฝุ่น PM 2.5

ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วในอีกไม่กี่วันนี้ วันตรุษจีนที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีน ซึ่งในประเทศไทยมีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก จึงถือได้ว่าเป็นว่าสำคัญอีกวันหนึ่งของไทย โดยปีนี้เป็นปีชวดแต่เราจะต้องไม่ชวดกัน มาเสริมโชคชะตา เพิ่มโชค ลาภ ด้วย 5 ไม้มงคล ต้อนรับปีหนูทองกันเถอะ ได้ความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตแถมยังช่วยลดฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย จัดว่าได้ทั้งดวงดีขึ้นและสุขภาพดีขึ้นด้วย 

1.ต้นวาสนา หรือวาสนาอธิษฐาน

ต้นวาสนา หรือวาสนาอธิษฐาน แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกถึงความเป็นมงคลแล้ว เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบค่อนข้างหนาสีเขียวหรือลายสีเหลืองหรือสีขาวอมเขียวสลับตามยาว ดอกเป็นช่อสีขาวถึงสีชมพู มีกลิ่นหอม ช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ โดยเชื่อว่าบ้านที่ปลูกต้นวาสนานั้น จะทำให้คนในบ้านนั้นมีความสุข สมหวังในชีวิต ถือได้ว่าเป็นต้นไม้แห่งโชคลาภ และการเสี่ยงทายด้วย ยิ่งบ้านไหนที่ต้นวาสนาออกดอกสวยงาม ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เชื่อว่าคนในบ้านจะได้รับโชคลาภ คิดสิ่งใดก็จะสมความปรารถนา ควรปลูกในวันอังคาร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้หญิงเป็นคนปลูกจะดีที่สุด 

2.ว่านเศรษฐีเรือนใน

ว่านเศรษฐีเรือนใน เป็นไม้กอขนาดเล็ก มีหัวใต้ดิน มีใบสีเขียวแถบสีขาวอยู่ตรงกลางใบ มีต้นอ่อนเป็นกระจุกอยู่ที่ตรงปลายกิ่ง ลักษณะคล้ายแมลงมุม เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้แขวน สามารถดูดสารพิษบางชนิดได้และดูแลง่าย โดยว่านเศรษฐีเรือนในนี้มีคุณทางเมตตามหานิยม โดยเชื่อว่าจะช่วยในเรื่องด้านการเสี่ยงทายและมีอนุภาพในการป้องกันภัยอันตราย อีกทั้งจะช่วยเสริมให้ร่ำรวยยิ่งขึ้นไปอีก แนะนำท่านที่ชอบเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคห้ามพลาด 

3.มรกตแดง

มรกตแดง เป็นไม้เลื้อยที่ถือว่าเป็นพันธ์ไม้ที่สามารถดูดสารพิษได้ดีที่สุด มีลำต้นลักษณะเป็นข้อ คล้ายพลูด่าง ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวอมแดง และมีความมัน ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดมีกาบ ชอบความชื้นสูง ปลูกและดูแลง่าย ไม่ชอบแสงแดดจัดเหมาะสำหรับปลูกภายในอาคาร โดยเชื่อว่ามรกตแดงจะช่วยเสริมเสน่ห์ ให้มีคนรักคนเมตตา และให้ความเคารพนับถือ จัดเป็นไม้ที่มีความหมายเป็นสิริมงคลอีกชนิดหนึ่ง 

4.พลูด่าง

พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่มีใบคล้ายรูปหัวใจโดยส่วนปลายใบจะแหลม สีเขียว มีรอยด่างสีเหลืองอยู่ที่บริเวณใบทำให้มีความสวยงาม ลำต้นจะมีรากงอกออกมาตามข้อ มีสรรพคุณในการช่วยดูดสารพิษทำให้อาการบริเวณนั้นมความบริสุทธิมากขึ้น โดยมีความเชื่อว่าเมื่อปลูกพลูด่างที่ไหนจะทำให้ที่นั่นอยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีความทุกข์ร้อน และคนที่ปลูกพลูด่างจะทำให้มีแต่คนรักใคร่ แถมยังช่วยเสริมบารมีคุ้มครองให้กับผู้ปลูกด้วย 

5.ต้นออมเงินออมทอง

ต้นออมเงินออมทอง จัดเป็นไม้ที่มีชื่อมงคล เป็นไม้เลื้อย ลำต้นเป็นเถา มีข้อและแตกรากออกมาจากลำต้น ผิวลำต้นเรียบ ใบสีเขียว ปลายใบจะมีความเรียวและแหลมกลางใบ ซึ่งเชื่อกันว่าบ้านที่ปลูกต้นออมเงินออมทองนี้ จะมีเงินมีทองมาก คนในบ้านรู้จักใช้เงินอย่างประหยัด เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ปลูกแล้วรวยแน่นอน ปีหนูทองปีนี้พวกเราจะต้องปัง ไม่พังแน่นอน!! เรามาเสริมดวงเสริมโชคชะตา เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตกันเถอะ สิ่งที่ดีจะได้เกิดกับเราตลอดปี ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดนี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ปลูกไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเพราะอย่างน้อยไม้มงคลเหล่านี้ก็สามารถช่วยดูดซับสารพิษในอากาศทำให้อากาศสะอาดบริสุทธิ์มากขึ้นส่งผลให้ท่านที่ปลูกมีสุขภาพกายที่ดี อีกทั้งยังได้ความสบายใจของความเชื่อในไม้มงคลทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วยนะคะ
.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
ส่วนผสมหลัก: กรดฮิวมิค กรดฟูลวิค อะมิโนสูตรที่ไร่เทพพัฒนาเอง และผงสาหร่ายทะเล ใช้ฉีดพ่นทางใบคู่กับปุ๋ยเดิม
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-