Category Archives: บทความ 1

ใบเหลืองเกิดจากพืชขาดธาตุอะไร ดูอย่างไรว่าเหลืองที่ใบแก่หรือใบอ่อน?

โดยทีมงานไร่เทพ · อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2569

คำตอบสั้น ๆ: ถ้าใบแก่ (ใบล่าง) เหลืองก่อน มักเป็นการขาดธาตุที่พืชย้ายไปเลี้ยงยอดได้ คือ ไนโตรเจน โพแทสเซียม และแมกนีเซียม แต่ถ้าใบอ่อน (ยอด) เหลืองก่อน มักเป็นธาตุที่ย้ายได้น้อย เช่น กำมะถัน เหล็ก แมงกานีส และสังกะสี จากนั้นดูต่อว่าเหลืองทั้งใบหรือเหลืองเว้นเส้นใบ และอย่าลืมว่าใบเหลืองบางครั้งมาจากรากเสีย น้ำขัง หรือโรค ไม่ได้ขาดธาตุอาหารเสมอไป

ทำไมตำแหน่งของใบที่เหลืองจึงบอกได้ว่าขาดธาตุอะไร?

พืชย้ายธาตุบางตัวจากใบแก่ไปเลี้ยงใบใหม่ได้ บางตัวย้ายได้น้อยหรือแทบไม่ได้ ตำแหน่งที่อาการเริ่มจึงต่างกัน และเป็นเบาะแสแรกที่ช่วยตัดตัวเลือกออกได้มาก

  • เคลื่อนที่ได้ (N, P, K, Mg): พืชถอนจากใบแก่ไปเลี้ยงยอดก่อน อาการเริ่มที่ใบล่าง
  • เคลื่อนที่ได้น้อยหรือแทบไม่ได้ (Ca, S, Fe, Mn, B, Zn): ธาตุที่อยู่ในใบแก่แล้วดึงกลับมาใช้ไม่ได้ ใบใหม่จึงขาดก่อน

เหมือนเงินสดที่พ่อแม่ (ใบแก่) ควักให้ลูก (ยอด) ก่อน ส่วนอีกกลุ่มเหมือนปูนที่ฉาบผนังแล้วแกะไปให้ห้องใหม่ไม่ได้ ตัวอย่างชัดที่สุดคือไนโตรเจนกับกำมะถัน ซึ่งทำให้ใบเหลืองคล้ายกัน กรมการข้าว (Rice Knowledge Bank) อธิบายว่าการขาดไนโตรเจนเกิดที่ใบแก่ก่อน ส่วนกำมะถันเคลื่อนย้ายในพืชได้น้อย อาการจึงเกิดที่ใบอ่อนก่อน

ธาตุบางตัวย้ายได้ บางตัวย้ายไม่ค่อยได้ — จำให้ได้ว่า “ใบไหนเหลืองก่อน” ก็แคบวงได้แล้วว่าน่าจะขาดตัวไหน

ใบเหลืองตรงไหน น่าจะขาดธาตุอะไร?

ดูตำแหน่งใบควบคู่กับลักษณะการเหลือง (ทั้งใบ เว้นเส้นใบ หรือไหม้ที่ขอบ) แล้วเทียบตารางนี้ ภาพรวมธาตุทั้งหมดอ่านได้ที่ ธาตุอาหารพืช 16 ชนิด มีอะไรบ้าง? ขาดธาตุใด อาการเป็นอย่างไร

ใบแก่ (ใบล่าง) เหลืองก่อน

ลักษณะที่เห็นน่าจะขาดหมายเหตุ
เหลืองซีดทั้งใบ ต้นโตช้าแคระไนโตรเจน (N)ข้าว ข้าวโพด: เหลืองจากปลายใบไล่ตามเส้นกลางใบ
ขอบและปลายใบเหลืองแล้วไหม้โพแทสเซียม (K)ดูที่ขอบใบ
เหลืองระหว่างเส้นใบ เส้นใบเขียวแมกนีเซียม (Mg)K มากเกินก็แย่ง Mg ได้

ใบอ่อน (ยอด) เหลืองก่อน

ลักษณะที่เห็นน่าจะขาดหมายเหตุ
เหลืองซีดทั้งใบที่แตกใหม่กำมะถัน (S)คล้ายขาด N แต่ต่างตำแหน่ง
เหลืองระหว่างเส้นใบของใบใหม่ เส้นใบเขียวชัดเหล็ก (Fe)ขาดหนักอาจซีดเกือบขาว
เหลืองระหว่างเส้นใบ อาจมีจุดตายแมงกานีส (Mn)มักพบในดินด่าง ใส่ปูนมากเกินไป หรือดินทรายที่ Mn น้อย
ใบใหม่ซีด ใบเล็ก ข้อสั้น เป็นกระจุกสังกะสี (Zn)ข้าว: จุดน้ำตาลที่ใบกลาง · ข้าวโพด: แถบซีดขาว
ยอดบิดเบี้ยว ยอดแห้งตายแคลเซียม (Ca) หรือโบรอน (B)เหลืองไม่ใช่อาการหลัก

การแบ่งธาตุตามการเคลื่อนที่นี้ตรงกับเอกสารส่งเสริมการเกษตรของมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต (NC State Extension) สหรัฐฯ ซึ่งเตือนว่าอาการขาดธาตุต่างชนิดอาจคล้ายกัน ควรยืนยันด้วยการวิเคราะห์ดินและพืช

ใบแก่สีม่วงหรือแดงเข้มดูสีของใบพืชกำลังบอกอะไร ส่วนใบล่างสุด 1–2 ใบเหลืองตามอายุ หรือเหลืองช่วงติดเมล็ด ติดฝัก เป็นเรื่องปกติ

ใบเหลืองทุกกรณีเกิดจากขาดธาตุอาหารจริงหรือ?

ไม่เสมอไป ถ้ารากหรือดินมีปัญหา ต่อให้ดินมีธาตุพอ พืชก็ดูดไม่ได้ จึงควรตัดสาเหตุเหล่านี้ก่อนซื้อปุ๋ย

  • รากเสีย น้ำขัง ดินแน่น: ใบมักเหลืองจากใบล่างขึ้นมาจนดูเหมือนขาดไนโตรเจน ถ้าดินแฉะหรือรากเปื่อยสีน้ำตาล ให้แก้น้ำและรากก่อน เติมปุ๋ยตอนนี้ไม่ช่วย
  • ดินเปรี้ยวหรือด่างจัด: ธาตุจับกับดินจนรากดูดไม่ได้ (เรียกว่า “ถูกตรึง”) ใส่เพิ่มก็ไม่ตอบสนองจนกว่าจะแก้ pH
  • โรคและแมลง: อาการขาดธาตุมักเป็นแบบแผนเดียวกันทั้งต้นและสองข้างของใบ ถ้าแผลขอบชัด ใบหงิก ลายด่างไม่เป็นระเบียบ ลามไปต้นข้าง ๆ หรือเห็นแมลง ให้เจ้าหน้าที่เกษตรช่วยวินิจฉัย
  • แล้งหรือแดดจัด: ดินแห้งทำให้รากดูดธาตุได้น้อยลง ต้องให้น้ำก่อน เติมปุ๋ยตอนดินแห้งอาจทำให้รากเสียหาย
  • สารเคมีและปุ๋ยเกิน: ยาฆ่าหญ้าปลิวมาจากแปลงข้าง ๆ หรือปุ๋ยชิดโคนมากเกิน ทำให้ใบเหลืองไหม้ได้ ยาฆ่าหญ้ามักเป็นแนวตามทิศลม

จากแนวปฏิบัติที่ทีมไร่เทพใช้ตอบคำถามเรื่องอาการพืช เราจะถามก่อนว่าอาการเริ่มที่ใบล่างหรือใบยอด เป็นทั้งแปลงหรือเป็นหย่อม และมีน้ำขังหรือไม่ พร้อมขอรูปประกอบ เพราะคำว่า “ใบเหลือง” อย่างเดียวยังไม่พอจะแยกสาเหตุ

เจอแล้วควรทำอย่างไรต่อ?

  1. ตัดสาเหตุอื่นก่อน ดูราก น้ำขัง โรค แมลง แล้วเทียบตารางตามตำแหน่งใบ
  2. ตรวจดิน โดยเฉพาะ pH กรมพัฒนาที่ดินมีระบบ e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ลงทะเบียนแล้วส่งดินวิเคราะห์ได้โดยไม่เสียค่าบริการ (เลือกรายการได้จำกัด) และมีเครื่องคำนวณปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์
  3. เติมเฉพาะธาตุที่ขาดจริง N-P-K ที่พืชใช้มากต้องใส่ทางดินเป็นหลัก ฉีดทางใบเสริมได้แต่ทดแทนไม่ได้ ส่วนธาตุที่พืชใช้น้อย เช่น สังกะสี เหล็ก แมงกานีส โบรอน ฉีดทางใบช่วยแก้อาการได้เร็ว แต่ต้องตามอัตราบนฉลาก เพราะใส่เกินหรือฉีดถี่เกินอาจทำให้ใบไหม้หรือเป็นพิษ โดยเฉพาะโบรอน

ในฐานะแบรนด์ที่ให้ความรู้ก่อนขาย เรามองว่าการเติมธาตุที่ไม่ตรงอาการคือจุดที่เกษตรกรเสียเงินโดยไม่จำเป็น ถ้าดูอาการและตรวจแล้วพบว่าขาดแมกนีเซียมหรือสังกะสี ปุ๋ยเคมีธาตุอาหารรอง-เสริมอย่าง โล่เขียว (ใบรับแจ้งเลขที่ วก. 2113385/2565 กรมวิชาการเกษตร) ให้ธาตุสองตัวนี้ทางใบ (แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ 2% สังกะสีที่ละลายน้ำ 2% ตามฉลาก) ฉลากแนะนำให้ใช้เสริมปุ๋ยทางดิน ไม่ใช่แทน และการฉีดทางใบไม่ได้เติมแมกนีเซียมกลับลงดิน ถ้าดินขาดจริงต้องปรับดินตามค่าวิเคราะห์ควบคู่

ส่วนอาหารเสริมพืชของไร่เทพเป็นตัวเลือกเสริมการบำรุงต้นหลังแก้ต้นเหตุแล้ว ใช้คู่กับปุ๋ยเดิมได้ ไม่ใช่ตัวแทนปุ๋ย และไม่ได้ให้ N-P-K ในปริมาณที่ทดแทนปุ๋ยหลัก

ใบเหลืองมีคำถามอะไรที่เกษตรกรถามบ่อย?

ต้นไม้ใบเหลือง ขาดอะไร?

ดูว่าใบแก่หรือใบอ่อนเหลืองก่อน แล้วเทียบตารางข้างบน แต่ถ้ารากเสียหรือมีโรค ก็เหลืองได้โดยไม่ได้ขาดธาตุ

พืชขาดไนโตรเจนดูอย่างไร?

ใบล่างเหลืองซีดทั้งใบก่อนแล้วลามขึ้นบน ต้นโตช้า ส่วนใบยอดยังเขียวในระยะแรก

พืชขาดธาตุเหล็กดูอย่างไร?

อาการเกิดที่ใบอ่อน ไม่ใช่ใบแก่ เนื้อใบเหลืองแต่เส้นใบเขียว เพราะเหล็กแทบย้ายจากใบแก่ไปใบใหม่ไม่ได้

ใส่ปุ๋ยแล้วใบยังเหลือง เป็นเพราะอะไร?

อาจใส่ผิดธาตุ รากไม่ทำงาน หรือ pH ตรึงธาตุ ใบที่เหลืองไปแล้วโดยเฉพาะจากเหล็ก แมงกานีส สังกะสี มักไม่กลับเขียวเต็มที่ ให้ดูว่าใบที่แตกใหม่เขียวปกติหรือไม่ ถ้าเขียวแปลว่ามาถูกทางแล้ว ไม่ต้องใส่ซ้ำ

ไม่แน่ใจว่าใบเหลืองเกิดจากอะไร ส่งรูปให้ทีมงานช่วยดูได้ไหม?

ได้ ถ่ายรูปทั้งต้นและใบ ส่งมาทาง LINE OA ไร่เทพ พร้อมชื่อพืช อายุพืช และช่วงที่เริ่มเหลือง ทีมงานไร่เทพช่วยแยกสาเหตุเบื้องต้นให้ หากสงสัยว่าเป็นโรคหรือแมลง ควรปรึกษาเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดควบคู่กัน

10 พืชทนแล้ง

 

1.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
สามารถแยกประเภทได้จากลักษณะภายนอกของเมล็ดออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าวโพดหัวบุ๋ม (Dent Corn) เป็นข้าวโพดที่เมล็ดตอนบนมีรอยบุบสีขาว เนื่องจากตอนบนเป็นแป้งชนิดอ่อน (Soft starch) และด้านข้างเมล็ดเป็นแป้งชนิดแข็ง (corneous starch) เมื่อตากให้แห้งส่วนที่เป็นแป้งอ่อนจึงหดยุบตัวและเกิดลักษณะหัวบุบดังกล่าว มีลำต้นสูงตั้งแต่ 2.5 – 4.5 เมตร ฝักยาวตั้งแต่ 15 – 30 เซนติเมตร และมีเมล็ดระหว่าง 8 – 24 แถว และข้าวโพดหัวแข็ง (Fint Corn) เป็นข้าวโพดที่มีลักษณะเมล็ดค่อนข้างแข็งแรง กลม เรียบ หัวไม่บุบ เพราะมีแป้งชนิดอ่อนอยู่ตรงกลางแต่ด้านนอกถูกห่อหุ้มด้วยแป้งชนิดแข็ง เมื่อตากให้แห้งจึงไม่หดตัว มีขนาดฝักและจำนวนแถวน้อยกว่าชนิดหัวบุบ ซึ่งพบว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นภายในเมล็ดจะมีสารที่ทำให้ข้าวโพดมีสีเหลืองจัดเป็นสารให้สีที่ชื่อ คริปโทแซนทิน (Cryptoxanthin) โดยสารนี้เมื่อสัตว์ได้รับแล้วร่างกายสัตว์จะเปลี่ยนสารนี้ให้เป็นวิตามินเอ นอกจากนี้สารนี้ยังช่วยให้ไข่แดงมีสีแดงเข้ม ช่วยให้ไก่มีผิวหนัง ปาก เนื้อ และแข้งมีสีเหลืองเข้มขึ้น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นับว่าเป็นพืชไร่ชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพที่จะใช้ปลูกในฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าการทำนา ประมาณ 2-3 เท่า ปัจจุบันนิยมปลูกได้ทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนิยมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบที่มีสีเหลืองเข้ม โดยมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เกือบตลอดทั้งปี

2.มันเทศ
มันเทศ เป็นพืชอายุยืน ไม่มีเนื้อไม้ รากแตกตามข้อและมีรากที่ขยายใหญ่เพื่อสะสมอาหาร มีรูปร่าง ขนาด จำนวนและสีของหัวต่างกัน ตั้งแต่สีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล สีแดง และสีม่วง ซึ่งมันเทศถือเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่เป็นแหล่งของใยอาหารที่ดีเยี่ยม ความที่ใยอาหารมีส่วนช่วยในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ โดยมันเทศที่พบได้ในประเทศไทยนั้น ส่วนมากจะพบได้ 3 สี นั่นคือสีส้ม สีเหลือง และสีม่วง ซึ่งมันเทศที่มีสีต่างกันเหล่านี้จะมีสารอาหารบางชนิดต่างกัน กล่าวคือ มันเทศในตระกูลสีม่วงจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคมะเร็ง และช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน ส่วนมันเทศในตระกูลสีส้มและสีเหลืองนั้นก็มีสารเบต้าแคโรทีนและแคโรทีนอยด์อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง และเบต้าแคโรทีนนั้นยังเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ช่วยในการพัฒนาสุขภาพสายตาและการมองเห็น ช่วยบำรุงผิวพรรณทำให้ผิวอ่อนเยาว์ นอกจากนั้นแล้วมันเทศยังอุดมด้วยวิตามินซี วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 และวิตามินบี 6 ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดอาการหงุดหงิดอีกด้วย


3.ผักคะน้า

คะน้าจัดเป็นพืชใบเขียวที่ใบมีสีเขียวจัด และเป็นผักที่กินได้ทั้งใบไปจนถึงก้าน โดยผักคะน้าจะมีอายุ 2 ปี แต่ปลูกเป็นผักฤดูเดียว อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-55 วัน ซึ่งผักคะน้านั้นสามารถปลูกได้ตลอดปี คะน้ามีวิตามินหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ แถมยังมีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคมีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีแคลเซี่ยมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก นอกจากนั้นยังพบ กอยโตรเจน (goitrogen)ในคะน้า ซึ่งถ้าบริโภคมากทำให้ท้องอืด ดังนั้นเราจึงไม่ควรนำมารับประทานดิบควรนำไปทำให้สุกก่อน ไม่ว่าจะด้วยการต้ม ลวก ผัด ให้ความร้อนทำลายสารกอยโตรเจนจหมดเสียก่อนจึงนำมารับประทานได้อย่างปลอดภัย

4.เห็ดฟาง

ลักษณะดอกเห็ดอ่อนเป็นรูปทรงไข่มีเปลือกหุ้ม เมื่อโตขึ้นเปลือกที่หุ้มจะปริแตก โดยจะเหลือเปลือกหุ้มที่โคนก้าน ผิวนอกของเปลือกหุ้มส่วนมากมักเปลี่ยนเป็นสีขาวหม่นหรือสีเนื้อ หมวกเห็ดมีขนละเอียดสีน้ำตาลดำหรือสีน้ำตาลแดง ผิวสีขาวนวลมีขนสีขาว เนื้อเป็นเส้นหยาบสีขาวรวมกันแน่น ผิวเรียบ ซึ่งเห็ดฟางนั้นจะช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันหวัด บำรุงตับ ระงับเซลล์เนื้องอก-มะเร็ง สร้างความสมดุลในเม็ดเลือดขาว ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก และช่วยลดผื่นคัน โดยเห็ดฟางเป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทยซึ่งนิยมเพาะกันบนกองฟางข้าวชื้นๆ โคนมีสีขาว ส่วนหมวกสีน้ำตาลอมเทาหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด นอกจากนั้นแล้วเห็ดฟางยังมีวิตามินซีสูงและมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันการติดเชื้อต่างๆ อีกทั้งยังช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล

5. ผักกวางตุ้ง

ผักกวางตุ้งเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก อยู่ในตระกูลกะหล่ำและผักกาด มีก้านใบยาว มีก้านใบหนาและยาวอวบน้ำ มีสีเขียวอ่อน หรือสีขาวตามสายพันธุ์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ผิวใบบางเรียบ ใบมีสีเขียว ดอกออกเป็นช่อ ดอกมีลักษณะเล็กๆ กลีบดอกมีสีเหลืองสด ผักกวางตุ้งสามารถรับประทานสดได้ มีรสชาติหวานกรอบ แต่จะมีกลิ่นเหม็นเขียว ในผักกาดเขียวกวางตุ้งจะมีเส้นใยอาหารที่ช่วยเพิ่มกากใยอาหารในลำไส้ให้ขับถ่ายสะดวก มีแคลเซียมที่จะช่วยบำรุงกระดูกและฟัน มีฟอาฟอรัสที่จำเป็นต่อระบบเผาผลาญในร่างกาย มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด และมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันขณะที่วิตามินเอและเบต้าแคโรทีนที่มีอยู่สูงในผักกาดเขียวกวางตุ้งจะช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการได้รับประโยชน์จากวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนอย่างเต็มที่ควรกินสด

6.ถั่วเขียวผิวมัน

ถั่วเขียวผิวมัน เป็นถั่วเขียวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเมล็ดสีเขียวมีมันวาว ฝักเมื่อแก่จะลักษณะสี 2 สี ตามสายพันธุ์ คือ พันธุ์อู่ทอง 1 ฝักจะมีสีดำ และพันธุ์พื้นเมืองฝักจะสีขาวนวล โดยถั่วเขียวนั้นเป็นพืชที่มีอายุสั้น หรือวงจรชีวิตของถั่วเขียวมันสั้น จึงใช้น้ำน้อยกว่าพืชไร่อื่นหลายชนิดและงอกได้เร็ว จึงสามารถใช้ในระบบปลูกพืช เช่น ทดแทนข้าวนาปรัง ปลูกก่อนข้าวโพดในพื้นที่ประสพภัยแล้ง ใช้ปลูกก่อนหรือหลังการทำนาหรือทำไร่ เพื่อตัดวงจรการระบาดของศัตรูพืช โดยจะช่วยบำรุงรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ตรึงไนโตรเจนได้ดี สามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดให้ปริมาณไนโตรเจนสูง ถั่วเขียวใช้เป็นวัตถุดิบ ในการผลิตแป้งวุ้นเส้น เพาะถั่วงอก และประกอบอาหารอื่นๆ

7.มะระจีน
มะระจีน เป็นพืชล้มลุกปีเดียวที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยยาวตามพื้นดินหรือตามต้นไม้ที่ขึ้นรอบข้าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบเป็นใบเดี่ยว ใบเว้าเป็นแฉก ขอบใบเป็นร่องห่าง มีขนสากตามลำต้น และใบ ดอกมีสีเหลืองออกตามช่อใบ ผลดิบมีลักษณะสีเขียวอ่อน ผิวขรุขระเป็นร่องกว้างตามแนวยาวของผล รสขมเกิดจากสารโมมอร์ดิซิน ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์ที่ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยออกฤทธิ์คล้ายสารอินซูลิน จึงแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานควรกิน และมะระสามารถช่วยต้านโรคมะเร็ง เนื่องจากมะระจะไปขัดขวางการผลิตกลูโคสและการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับอ่อน นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อต้านเซลล์มะเร็งในตับ ลำไส้ใหญ่ เต้านม และต่อมลูกหมากด้วย

8.พริก
พริกเป็นพืชล้มลุก มี ผล เป็นผลเดี่ยว เป็นผลสด ประเภทเบอร์รี่ มีลักษณะเป็นกระเปาะผิวบางมัน โดยเนื้อพริกมีตั้งแต่บางจนถึงหนาขึ้นอยู่กับพันธุ์ และสีของผลอ่อน มีทั้งสีเหลืองอ่อน สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม รวมถึงสีม่วง เมื่อผลสุกผลอาจจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง น้ำตาล ขาวนวล หรือ สีม่วง และพริกนั้นมีสารแคพไซซินทำให้เจริญอาหารที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น แก้หวัด ขับลม ช่วยสูบฉีดโลหิต ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ บำรุงธาตุที่ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น พริก ยังมีสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอและวิตามินซีสูงซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

9.แตงกวา
แตงกวามีรากแก้ว แตกแขนงเป็นจำนวนมาก ลำต้นเป็นเถามีขนขึ้นมีขนขึ้นปกคลุมทั่วไป มีข้อ มีหนวดเกาะบริเวณข้อโดยส่วนปลายของหนวดไม่มีการแตกแขนง ใบมีก้านใบ ใบหยาบมีขนใบ มีมุมใบ ปลายใบแหลม ดอกเพศผู้เพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ผลแตงกวามีลักษณะเรียวยาวทรงกระบอก มีใส้ภายในผล แตงกวา ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนมาก มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี และบี นอกจากนี้ผลของแตงกวายังมีสารเอนไซม์อยู่หลายชนิด และในส่วนของเถาและเมล็ดจะมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง จึงเชื่อว่าการบริโภคแตงกวาอาจให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย

10.ถั่วฝักยาว
ถั่วฝักยาวมีลักษณะลำต้น เป็นเถาเลื้อย เถาแข็งและเหนียว คล้ายกับถั่วพู แต่มีอายุเพียงปีเดียว หรือฤดูเดียว เถาสีเขียวอ่อน ลำต้นม้วนพันสิ่งยึดเกาะได้ดี ใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกเป็นดอกช่อออกตามซอกใบกลีบดอกสีขาวหรือน้ำเงินอ่อน ฝักเป็นฝักกลม มีหลายเมล็ด ซึ่งถั่วฝักยาวเป็นพืชผักสมุนไพรที่มีประโยชน์และสรรพคุณทางยา ใช้นำมารักษาโรคต่างๆ ได้หลายอย่าง ถั่วฝักยาวจะมีกลิ่นเฉพาะตัว และสามารถนำมาประกอบ ปรุงอาหารเมนูได้มากมายหลากหลายเมนู ถั่วฝักยาวเป็นผักที่จะใช้ฝัก เป็นผักสดกินกับอาหาร กินกับแกล้มก็จะเข้ากันดี

ประกาศแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส”

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” ขึ้นบัญชีวัตถุอันตราย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป

ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 โดยให้ใช้รายการตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศฉบับนี้แทน

“พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” สารเคมีทั้ง 2 ชนิดจะเป็นวัตถุอันตรายห้ามครอบครอง เมื่อถึงกำหนด อาจจะเททิ้งเพราะหากนำไปคืนร้านค้าต้องเสียค่ารถและร้านค้าก็ไม่คืนเงินที่ซื้อไปด้วย โดยผู้จำหน่ายแจ้งว่า ไม่มีมาตรการออกมาเช่นกันว่า เมื่อทางร้านค้าไปคืนแก่บริษัทผู้นำเข้าและผู้ผลิตจะได้เงินคืน จึงทำได้เพียงรับสารเคมีจากเกษตรกรไว้ แต่ไม่คืนเงิน

 

คลอร์ไพริฟอส-เมทิล คืออะไร?

คลอร์ไพริฟอส-เมทิล (chlorpyrifos-methyl) ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข ที่นำมาเพื่อประโยชน์แก่การระงับ ป้องกัน ควบคุม ไล่ กำจัดแมลงและสัตว์อื่น. คลอร์ไพริฟอส-เมทิล

ทำไม ??? ถึงแบน

ข้อมูลความเป็นอันตรายตามระบบ GHS (อ้างอิงจาก Annex VI of CLP Regulation)

อาจทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนัง
เป็นพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และมีผลกระทบระยะยาว
ข้อ 1 ให้ยกเลิกรายการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ในบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ดังต่อไปนี้ โดยให้ใช้รายการตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศฉบับนี้แทน

บัญชี 1 ที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ

บัญชี 1.1 รายชื่อสารควบคุม

ลำดับที่ 53 คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos)
ลำดับที่ 54 คลอร์ไพริฟอส-เมทิล (chlorpyrifos-methyl)
ลำดับที่ 352 พาราควอต (paraquat)
ลำดับที่ 353 พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride)
ลำดับที่ 354 พาราควอตไดคลอไรด์

ข้อ 2 ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามประกาศฉบับนี้ ที่ได้ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

ข้อ 3 ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ไร่เทพดีกว่าอย่างไร?
+ สูตรผงนาโน
+ คุณภาพระดับสากล
+ ปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
+ อาหารเสริมพืชผักผลไม้
+ ฮิวมิคและกรดอะมิโน ที่เป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ 100%
+ ช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็ว
+ ต้านทานต่อโรคและแมลง
+ ปรับปรุงดิน
+ ง่ายต่อการใช้งาน
+ จัดเก็บง่าย สะดวกต่อการพกพา
+ 1 ซอง ใช้ได้ 3-5 ไร่ ผสมน้ำได้ 100 – 200 ลิตร
+ ลดการใช้ปุ๋ยได้มากกว่า 70%
+ ลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้แก่เกษตรกร
+ สินค้าเกษตรอินทรีย์ ไร่เทพ

 

“3 ควรทำ” กับ “3 ควรลด” ปรัชญาในการกระตุ้นเตือนเกษตรกรให้เกิดความตระหนัก

“3 ควรทำ” กับ “3 ควรลด” เป็นปรัชญาในการกระตุ้นเตือนเกษตรกรให้เกิดความตระหนัก

 

3 ควรทำ

  • 1.ควรปลูกข้าวไม่เกิน 2 ครั้งต่อปีมีเวลาปรับปรุงดิน ตัดวงจรการระบาดของแมลง ไร่เทพสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินให้เหมาะสมแก่การเพาะปลูก

  •  2.ควรใช้เมล็ดพันธ์ุคุณภาพดี มีอัตราการงอกไม่ต่ำกว่า 80% ตรงตามสายพันธุ์ ไม่มีข้าววัชพืชปน ไร่เทพช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอก และกระตุ้นการขยายราก

  •  3.ควรทำบัญชีทุกขั้นตอนการทำนา รู้รับ-จ่าย เพื่อวางแผนในการทำนาครั้งต่อไป

 

3 ควรลด

  •  ลดอัตราเมล็ดพันธุ์ข้าว นาหว่านไม่เกิน 20-25 กก./ไร่ ไม่ควรหว่านหนาเกินไป

  •  ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ใช้ไร่เทพ 1 ซอง ต่อน้ำ 100-200 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ  ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 70% ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้แก่เกษตรกร ปลอดภัยไร้สารพิษ

  • ลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เลือกใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น อาหารเสริมพืช ไร่เทพ

การใช้ไร่เทพ อาหารเสริมพืช ซึ่งจะต้องใช้ในอัตราและระยะเวลาให้ตรงตามความต้องการของต้นข้าวหรือคำแนะนำ และ ต้องใส่ตามชนิดของพันธุ์ จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ พร้อมลดปริมาณปุ๋ยที่ใช้ลงจากเดิมมากกว่า 70% และถ้าใช้ไร่เทพตามคำแนะนำจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชได้ด้วย

 

การปรับลดต้นทุนการผลิต คือต้องลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช โรคและสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชลง เกษตรกรต้องตระหนักในเรื่องนี้เป็นที่สุด ควรพิจารณาอาการของโรคก่อนใช้สารเคมี ทั้งยังต้องพิจารณาปริมาณวัชพืช หรือปริมาณแมลงที่ระบาด แล้วใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็นจะลดค่าใช้จ่ายได้