Category Archives: บทความ

หอมแดง เคล็ด (ไม่) ลับ สรรพคุณทางยา

🧅*ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ไหนจะมีโรคระบาดอีก ทำให้ต้องดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เช่น ดื่มน้ำอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือหาอาหารเสริม วิตามินมาทาน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ไม่มีไข้ แต่ก็มีวิธีที่ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายคือ การรับประทาน พืชผักสวนครัวพื้นบ้านที่สามารถได้ง่ายเช่น “หอมแดง”
*ซึ่งพบว่าใน🧅“หอมแดง”🧅 อุดมด้วยวิตามิน และคุณค่าทางอาหารครบถ้วน แถมยังเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ที่สำคัญ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ไม่ขึ้นลงวูบวาบ
*ด้วยความหลากหลายของตัวยาใน “หอมแดง” ส่งผลให้มีสรรพคุณทางยาช่วยบรรเทาอาการของไข้หวัด แก้หวัดคัดจมูก และช่วยลดน้ำมูก โดยวิธีใช้ง่าย คือนำหอมแดงหัวเล็กปอกเปลือกทุบพอแตก ห่อผ้าบางๆ วางไว้ตรงหัวนอน เพื่อให้กลิ่นหัวหอมเข้าจมูก ช่วยทำให้จมูกโล่ง สามารถบรรทาอาการหวัดได้
***ข้อมูลจากสถาบันอภัยภูเบศร
*ทั้งนี้การปลูก 🧅หอมแดง🧅 ก็ปลูกง่าย คนทั่วไปสามารถปลูกไว้ทานเองได้ ปลูกในแปลงหลังบ้าน หรือในกระถาง แค่มีหัวหอมแดงที่ซื้อมาจากตามตลาด นำมาปักลงดิน รดน้ำทุกวัน ประมาณ 30 วัน แค่นี้ก็มีหอมแดงไว้ทานเองแล้ว
*แต่ถ้าการปลูกเพื่อไว้ขาย สำหรับเกษตรกรชาวนาทางพื้นที่ ที่พอมีน้ำในการเพาะปลูก หลังเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ 7 วัน ก็ไถดะ 1 ครั้ง ได้หว่านปุ๋ยคอกแห้งลงไป อัตรา 1 ตัน ต่อไร่ แล้วไถแปร 2 ครั้ง จากนั้นนำน้ำหมักชีวภาพ ใส่ลงไปผสมกันนำไปฉีดพ่นแล้วไถพรวนพร้อมกับยกร่องแปลงปลูก
*หลังจากปลูกหอมแดง 10 วัน หรือช่วงต้นกล้า นำ *** “ไร่เทพ 1 ซองผสมกับน้ำ 100 ลิตร ใช้ฉีดได้ 3-5ไร่”
*** หลังจากนั้น ก็สามารฉีด ไร่เทพได้ทุก10-15 วัน ในอัตราส่วนเท่าเดิม พร้อมกับใสปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมีตามชอบได้เลย แต่มีเคล็ดลับ คือเกษตรสามารถใส่ปุ๋ยในปริมาณน้อยลงได้หรือจะไม่ใส่ก็ได้นะครับ ดูแลจนต้นหอมแดงเจริญเติบโตมีอายุ 80 วันขึ้นไป ก็เริ่มแก่ ได้เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวพร้อมขายได้แล้ว
.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

ปลูกผืชผักกินเองในวันที่ต้อง (กักตัว) อยู่บ้าน

🥦🥬ปลูกผืชผักกินเองในวันที่ต้อง (กักตัว) อยู่บ้าน🏠
😊อีกหนึ่งไอเดียที่สร้างสรรค์ไม่น้อย แถมไม่น่าเบื่อแถม ในช่วงกักตัว หรือช่วงที่ต้อง work from home ที่ต้องทำงานอยู่กับบ้านคือการทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อยอย่างการปลูกผักสวนครัวเล็กๆ ไว้ทานเอง ไม่ว่าจะเป็นสวนหลังบ้าน สวนในบ้าน สวนระเบียง ก็ช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้นจากธรรมชาติ พืชผักสวนครัวบางชนิด ที่สามารถโตได้ในระยะสั้น 14 วัน ไม่เกิน 1 เดือน อย่างเช่น ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า ถั่วงอก ต้นอ่อนทานตะวัน หรือผักสลัด ที่ปลูกง่าย และใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ยุ่งยาก และถือว่าเป็นหนึ่งในชาเลนจ์ที่น่าสนใจในช่วงวันกักตัวอยู่บ้านยาว ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์แถมกินมีผักสดไว้ทานได้ด้วย และยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย
.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

8 ไม้เด็ด ปลูกประดับกันฝุ่น

เรื่องของฝุ่น!!! ที่เกี่ยวกับเราใส่แมสอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องเสริมด้วย 8 ไม้เด็ดปลูกประดับ ที่ทำงาน ยันห้องนอนควรต้องมี ปลูกแล้วดีประดับได้ดูดสารพิษด้วย เพื่อนๆ บางคนที่อยู่ต่างจังหวัดตื่นเช้า มาเจออากาศที่สดใส ตามนา สวน ไร่ แต่ๆๆๆๆ เพื่อนที่อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ จะต้องเจอมลพิษส่วนใหญ่ไร่เทพ ขออาสาชวนใส่ใจสุขภาพกันสักนิด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ใส่ใจสุขภาพกันแม้ในที่ทำงาน จะพาเพื่อนไปปลูกต้นไม้เสริมดวง (หือออไม่ใช่และ) เสริมออกซิเจน ฝุ่นยุค 2.5 นี้ อันตราย หากมีตัวดูดสารพิษต่างๆ ในอากาศที่เป็นภัยใกล้ตัวคุณ เพราะคุณอาจไม่รู้ว่ามีอันตรายถึงชีวิต!

ฝุ่น เป็นอนุภาคในอากาศที่มีแหล่งที่มาจากหลาย ๆ ที่ เช่น ฝุ่นจากดินที่ถูกลมพัดขึ้นมา ฝุ่นจากการระเบิดของภูเขาไฟ หรือจากมลภาวะต่างๆ ฝุ่นในที่พักอาศัย สำนักงาน หรือแม้แต่ ละอองเกสรของพืช เส้นผมหรือขนของคนและสัตว์ สิ่งทอ เส้นใย เศษผิวหนังของมนุษย์ สิ่งหลงเหลือจากอุกกาบาต และจากอีกหลายอย่าง หลายวัตถุ ในสภาพแวดล้อมทั่วไป

ฝุ่นละอองที่มีอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา มีขนาดตั้งแต่ 0.002 ไมครอน ซึ่งเป็นกลุ่มของโมเลกุล (มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ใช้จุลทรรศน์แบบอิเลคตรอนส่องได้อย่างเดียว) ขนาดไล่ไปถึงขนาดใหญ่กว่า 500 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นทรายขนาดใหญ่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ฝุ่นที่มองเห็นด้วยตาเปล่ามีขนาดตั้งแต่ 50 ไมครอนขึ้นไป)


  • ลิ้นมังกร

แค่ฟังชื่อขนก็ลุก!!!  ลิ้นมังกรสามารถคายก๊าซออกซิเจนและดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในเวลากลางคืน จึงเหมาะที่จะนำมาตั้งไว้ในออฟฟิศยันห้องนอน ยังช่วยดูดสารพิษประเภทเบนซินในอากาศได้อีกด้วย สารประเภทนี้เหมือนภัยใกล้เราเหมือนพิษร้ายใกล้ตัว มวนบุหรี่ สี หมึก ทินเนอร์ ยาฆ่าแมลง ไม้ประดับปลูกได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร มีใบโผล่พ้นดินเป็นรูปหอกที่แข็ง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่าปลูกเจ้าลิ้นมังกรนี้ไว้ จะช่วยไล่ “งู” ได้เพราะด้วยต้นที่ขึ้นเป็นพุ่มหนาทึบทำให้งูเลื้อยผ่านได้ยาก มันก็หยุดและเลื้อยไปอื่น โดยอาจจะขึ้นเตียงคุณแทน >__<


  • หนวดปลาหมึก

หนวดปลาหมึก ปลูกไว้บนตึก ต้นนี้มีลักษณะใบสีเขียวสวยงาม แตกออกเป็นแฉก ประมาณ 8-15 ใบ คล้ายหนวดปลาหมึกถึงชื่อนี้ไง  มันเงาเป็นพุ่ม ตะคุ่มๆ  เลี้ยงดีๆจะออกดอกเป็นช่อสีแดง ปลูกง่าย ต้องการน้ำพอสมควรดูดสารพิษได้เป็นอย่างดี แถมยังฟอกอากาศตามธรรมชาติ หากปลูกสั ก6-7 กระถาง แทบจะยกเครื่องฟอกอากาศออกไปข้างนอกเลยทีเดียว เพราะไม่กินไฟ แต่เอ คิดไปคิดมา หากปลูกเพื่อแทนฟอกอากาศ แนะให้ เอาไว้ใกล้ประตู เพื่อยกเข้ายกออก เพราะกลางคืน ก็ไม่ควรเอาก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าปอดเยอะ เชื่อแอดเหอะ

  • วาสนาอธิษฐาน

ต้นวาสนา หากคนปลูกมีวาสนาจริง ปลูกไปนานก็จะได้เห็นดอก เชื่อกันว่าเป็น “ไม้มงคล โบราณว่าปลูกไว้ในบ้านจะทำให้เกิดความสุข สมหวังในชีวิต ปลูกได้ทั้งในและนอกอาคาร มีลำต้นตรง ต้องการแสงแดดและน้ำพอสมควร ส่วนวาสนาอธิษฐาน ลำต้นตรง ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีกลิ่นหอม ต้องการน้ำมาก ข้อดีคือมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสารฟอร์มัลดีไฮด์ และ ไตรคลอโรเอทีลีน ที่มักจะพบใน วัสดุบุผิวเฟอร์นิเจอร์, พาร์ติเคิลบอร์ด, พรมสังเคราะห์, กระดาษทิชชู และ น้ำยาทำความสะอาด ช่วยเยอะนะเนี่ย.ยย


  • เดหลี

เดหลีไม้ประดับสุดแนว คล้ายดอกหน้าวัว ปลูกในที่ร่มได้ คายความชื้นสูง ดูแลก็ไม่ยากแค่หมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ให้ดินมีความชุ่มชื้น การขยายพันธุ์ทำโดยการแยกหน่อ ที่สำคัญต้น เดหลี ยังทำให้โต๊ะทำงาน แลดูมีชีวิตชีวาอีกด้วย มีความสาเด่นในการดูดสารพิษได้หลายชนิดเช่น แอมโมเนีย แอลกอฮอลล์ ฮาซีโตน ไตรคลอไรเดทีรีน ทินเนอร์ เบนซินและฟอร์มาดีไฮด์

[/col]
  • ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ สารพัดประโยชน์ ลักษณะจะเกิดเป็นกอใบเรียวยาวมีหนามปลูกในกระถางหรือลงดินได้ทั้งหมด ปลูกโดยการแยกหน่ออ่อน ปลูกง่ายโตไว ที่สำคัญทนแล้งด้วยนะ!เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยรักษาผิวหนังที่เกิดแผลพุพองน้ำร้อนลวกหรือโดนความร้อน นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการดูดซับสารพิษในอากาศเนื่องจากเนื้อเจลใสๆ ที่อยู่ภายใต้เนื้อเยื่อสีเขียวสามารถดูดซับกลิ่นของสารระเหยฟอร์มาลดีไฮด์ และเบนซิน ที่มาจากน้ำยาทำความสะอาด สารหล่อลื่น ยาฆ่าแมลง และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ โดยแค่เพียงตัดไปวางเอาไว้บริเวณที่ต้องการเท่านั้นก็ได้นะคร๊าบบบบบบบ


  • ต้นคริสต์มาส

ที่คนไทยชอบเรียกกันนั้น แท้จริงแล้วคือต้น พอยน์เซตเทีย (Poinsettia) ข้อดีของพอยน์เซตเทีย อีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษ ลักษณะโดยทั่วไปของต้นคริสต์มาส เป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อน ลำต้นมีน้ำยาง สูง 1-3 เมตร ใบคล้ายรูปไข่ปลาย แหลม ขอบใบหยัก 2-3 หยัก ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อที่ยอดโดยมีดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่บนช่อเดียวกันและมีใบประดับสีแดงอยู่โดยรอบช่อเกสรตัวผู้จำนวนมาก เป็นต้นไม้ที่ดึงดูดสายตาคนด้วยสีแดงสดของใบ นิยมนำมาตกแต่งประดับบ้าน ห้างร้าน ก็เพราะสีสันที่สดใสเข้ากับเทศกาลคริสต์มาส

  • พลูด่าง

พลูด่าง ถือว่าเด็ด ไม้เล็กๆ ที่หาง่าย เป็นไม้เลื้อยปลูกง่าย ขยายพันธุ์ไวโด ปักชำ สามารถปลูกในกระถางหรือ แค่แช่ใส่แจกัน เอามาตั้ง ก้อเฟี้ยวแล้ว การให้น้ำเป็นประจำและให้ถูกแดดบ้าง ใบเป็นรูปหัวใจลายขาว-เขียว มีรากอากาศงอก เกาะตามตามผนังได้ เป็นไม้ประดับสุดคลาสสิค ฤทธิ์ลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถือว่าสามารถดูดสารพิษได้ในระดับปานกลาง แต่คายความชื้นในอากาศได้ดีมาก


  • เศรษฐีเรือนนอก, ซุ้มกระต่ายด่าง หรือ เศรษฐีไซ่ง่อน

ต้นนี้ก็น่าปลูกเพราะปลูกแล้วมีสิทธิ์ เป็นเศรษฐี ถามหน่อยเถอะพี่ ปลูกมัีย! ปลูกมัีย! ไม้ประดับพุ่มสวยใบแตกเป็นกอ ขอบขาวตรงกลางมีสีเขียว ปลูกได้ในที่ร่ม ควรให้โดนแดดบ้าง ปลูกได้ในกระถางที่มีรูระบายน้ำได้ดี ให้น้ำแต่พอเหมาะ  เดี๋ยวน้ำขังรากจะเน่าได้ สามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนียได้ดี ซึ่งสารเหล่านี้อาจมาจาก เครื่องถ่ายพิมพ์เขียว เครื่องถ่ายเอกสารน้ำยาเช็ดกระจก

กรมควบคุมมลพิษ ได้นำเสนอข้อมูลความเข้มข้นฝุ่นพิษ PM2.5 รายวัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2554-2561 พบว่าในช่วงเดือนธันวาคม ต่อเนื่องเดือนมกราคม ถึงมีนาคมของทุกปี ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 ในกรุงเทพฯ เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ทั้งหมด

หลังจากผ่านช่วงเดือนมีนาคมไปแล้วของทุกปี ค่าฝุ่น PM2.5 ในอากาศจะลดลง ซึ่งน่าจะเกิดจากการการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน และฤดูฝน ซึ่งอากาศจะมีการไหลเวียนมากกว่าในช่วงต้นปี จึงทำให้ฝุ่น PM2.5 ถูกพัดไป นอกจากนี้ หากเทียบกับค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกำหนดให้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่นขนาด PM2.5 ควรต่ำกว่า 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะยิ่งเห็นว่าความหนาแน่นของฝุ่นละอองไทยอยู่ในระดับที่เกินกว่ามาตรฐานโดยเฉพาะบางเดือนจะมีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละออง สูงกว่ามาตรฐานมาก มักจะเป็นช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ในแต่ละปี

อ่ะๆๆๆ บอกเล่า 90 กันมาขนาดนี้แล้ว มีเกษตรกรท่านไหนมองหาโอกาส อยากลองปลูกเพื่อจำหน่าย  เพราะระยะเวลาการเติบโตไม่นาน ทำแพคเกจจิ้งสวยๆ มองแล้วดูมีราคา แนะให้ใช้ ไร่เทพ ฉีดพ่นบำรุง ผลผลิตของคุณจะสวยพุ่งเข้าใส่ตา

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

ต้นคริสต์มาส ไม้ประดับดูดสารพิษที่พระเจ้าประทาน

กรุงเทพของเรามีปัญหาเรื่องมลพิษอันดับต้นของโลก ไม่น่าดีใจเลย!! ทำให้นึกถึง ไม้ประดับสีสันสดใส ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยในช่วงใกล้คริสต์มาสนี้ ต้น พอยน์เซตเทีย มีใบอ่อนด้านบนของต้นจะมีสีแดงสดในช่วงฤดูหนาว กินระยะเวลาระหว่างปลายปีถึงต้นปีซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดี ทำให้เรียกกันติดปากกันทั่วไปว่า ต้นคริสต์มาส ข้อดีของพอยน์เซตเทีย อีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษ ได้รับความนิยมปลูกกันโดยปกติ

 

ความโดดเด่นของต้นคริสต์มาสอยู่ที่ใบด้านบนมีสีแดงสด ส่วนใบล่างมีสีเขียว ใบเป็นหยัก 3-4 หยัก เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลางสูงได้ถึง 3 เมตร แตกกิ่งค่อนข้างชี้ตั้งขึ้นเป็นพุ่มแน่น ลำต้นอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ดอกออกเป็นช่อที่บริเวณปลายยอดมีสีแดง ช่อดอกล้อมรอบด้วยใบประดับรูปใบหอกมีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม แดง ซึ่งอันที่จริงดอกที่เราเห็นอยู่นั้นก็คือใบประดับที่เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีต่างๆ นั้นเอง

ต้น พอยน์เซตเทีย สามารถขึ้นได้ดีในอากาศบ้านเรา เมื่อต้นยังเล็กสามารถนำมาปลูกลงกระถางเพื่อใช้ประดับได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เมื่อหมดเทศกาลคริสต์มาสนำปลูกลงดิน ก็จะเติบโตเป็นไม้พุ่มและยังคงมีใบสีแดงแต่อาจไม่สวยงามเท่ากับการปลูกในกระถาง ประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษในอากาศอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง

     การดูแล เป็นพรรณไม้ที่ปลูกที่แสงแดดกึ่งร่ม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั้งกลางแจ้งและปลูกเป็นไม้กระถางภายในอาคาร ชอบน้ำปานกลาง ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบๆ โคนต้นเดือนละครั้ง

 

ต้นวันคริสต์มาสหรือชื่อเต็ม คือ ต้นพอยน์เซตเทีย (Poinsettia) ไม้ประดับในเชื้อสายตันสนกับโป๊ยเซียน ใบส่วนบนสามารถเปลี่ยนสีได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งสีที่ได้จะขึ้นกับสายพันธุ์ มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีขาว รวมทั้ง สีชมพูอีกด้วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่เปลี่ยนสีได้ตอนราวๆเดือนตุลาคม-มีนาคม

เพียงช่วงเวลานี้แค่นั้น ส่วนในระยะเวลาอื่นยิ่งกว่านั้นก็จะมีใบสีเขียวตามธรรมชาติ ไม้ที่มีพันธุ์นี้ ไม่ต้องดูแลมากมาย และก็ยังช่วยขัดกรองอากาศ ดูดพิษ ก็เลยได้รับความนิยมปลูกกันโดยปกติ โดยจะปลูกลงกระถางตกแต่งไว้ในห้อง หรือ ปลูกลงดินในสวนก็ได้ด้วยเหมือนกัน

 

การปลูกต้นพอยน์เซตเทีย

ปลูกต้น พอยน์เซตเทีย ลงกระถาง เหมาะแก่การมอบให้เป็นของขวัญได้ดี พอยน์เซตเทีย ตกแต่งโต๊ะอาหารก็ได้ ตั้งไว้ในร่มก็ช่วยฟอกอากาศได้ ต้นพอยน์เซตเทีย ชอบดินร่วนซุย โดยให้ผสมดินร่วน 2 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน (ใช้ไร่เทพแทนได้นะค๊าาาบ) แล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก หรือ หากต้องการเพาะพันธุ์เพิ่มก็สามารถใช้วิธีตัดกิ่งปักชำได้ อุณหภูมิควรอยู่ที่ 16 -20 องศาเซลเซียส ให้ตั้งอยู่ในที่มีแดดรำไร หากแดดจัดใบจะไม่เปลี่ยนสี ให้รดน้ำลงดินให้พอชุ่มปานกลาง หลีกเลี่ยงการรดน้ำบนใบเพราะทำให้ขังบริเวณใบทำให้เน่าได้ และใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรอบโคนต้น 1 ครั้ง/ เดือน

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

ผักสวนครัวประจำ 12 ราศี

เพื่อสุขภาพดีต้องกินผักแต่ให้ดียิ่งนักต้องกินผักตามราศี แต่ถ้าอยากให้ชีวิตรุ่งพุ่งดั่ง ค้อนเทพเจ้าธอร์ต้องปลูกผักเสริมดวงกันโหน่นย….เรามาดูกันสิว่าราศีของเพื่อนๆ ควรปลูกผักอะไร เราทานผักเข้าไป ก็นำสารอาหารมาให้ร่างกายหลายอย่าง เพื่อให้ชีวิตอยู่ดี กินดีสุขภาพแข็งแรง เตะปั๊บดังตลอดทั้งปี วันนี้ขออาสาเลยขอรวบรวมพืชผักสวนครัวประจำ 12 ราศีมาฝาก เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่อยู่ดีกินดี มีความสุข แข็งแรงทั้งกายใจตลอดปี ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าผักสวนครัวประจำราศีเราคือต้นอะไร หรือคนที่เกิดในแต่ละเดือนต้องปลูกต้องกินผักชนิดไหนบ้าง

  • ราศีเมษ (21 มีนาคม – 19 เมษายน)

เนื่องจากชาวเมษมีดาวอังคารเป็นดาวประจำราศี พืชผักที่จะนำมาปลูกควรเป็นต้นที่มีหนามแหลม หรือมีรสชาติออกขม เผ็ดร้อนแรง ถ้าหากมีสีแดงด้วยจะดีมาก นอกจากนี้ยังเป็นราศีที่ค่อนข้างคิดเยอะเครียดง่าย จนอาจทำให้ปวดศีรษะบ่อยครั้ง ดังนั้นผักที่นำมาปลูกควรช่วยบำรุงให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นและช่วยเสริมธาตเหล็กไปในตัว เช่น ผักกาด หัวหอม กระเทียม พริกแดง ต้นหอม จิงจูฉ่าย ขิง มะเขือเทศ และผักชี ให้อาหารเสิรมพืชไร่เทพ

  • ราศีพฤษภ (20 เมษายน – 20 พฤษภาคม)

ราศีพฤษภมีดาวศุกร์เป็นดาวประจำราศี ที่ถือเป็นดาวแห่งการสร้างสรรค์และความสวยงาม แต่มักจะเป็นราศีที่มีปัญหาเรื่องช่องคอและหู พืชผักที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ สามารถกลืน และย่อยอาหารได้ดีขึ้น ได้แก่ ชะเอม ผักโขม ผักชีฝรั่ง ผักชี หัวหอม และตังกุย

  • ราศีเมถุน (21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน)

ราศีเมถุนเป็นราศีที่อยู่ในธาตุลมมีดาวพุธเป็นดาวประจำราศี ซึ่งเป็นราศีที่มีปัญหาเรื่องปอด หัวไหล่ แขน และมือ หากคิดจะหาต้นไม้มาปลูกสักต้นควรจะเป็นต้นที่มีใบเลี้ยงเดี่ยวและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เช่น แครอท มะเขือเทศ ผักชีลาว ยี่หร่าฝรั่ง และชะเอมเทศ ที่นอกจากจะช่วยขับไล่อาการปวดเมื่อยต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถบรรเทาความเครียดไปพร้อมกันได้ด้วย

  • ราศีกรกฎ (21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม)

ชาวราศีกรกฎเป็นราศีแห่งธาตุน้ำมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำราศี ปัญหาสุขภาพที่พบเจอได้บ่อยสำหรับชาวราศีนี้ ได้แก่ โรคกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ตับ กะบังลม และการทำงานของระบบย่อยที่ผิดปกติ ให้เลือกผักสวนครัวประเภทฉ่ำน้ำมาปลูก ได้แก่ ผักกาดชนิดต่าง ๆ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี บลอกโคลี คะน้า เห็ด แตงกวา น้ำเต้า ฟักทอง และสะระแหน่ เป็นต้น

  • ราศีสิงห์ (23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม)

ราศีสิงห์อยู่ในธาตุไฟและมีพระอาทิตย์เป็นดาวประจำราศี มีสัญลักษณ์เป็นสิงโตที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของป่า ดังนั้นชาวราศีสิงห์จึงจำเป็นที่จะต้องดูแล หัวใจ ความดันโลหิต และเรื่องไขมันเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถบำรุงด้วยพืชผักที่มีสีเหลืองทองหรือสีส้ม เช่น ข้าวโพดอ่อน แครอท มะเขือเทศ ขิง และโป๊ยกั๊ก

  • ราศีกันย์ (23 สิงหาคม – 22 กันยายน)

ชาวราศีกันย์เป็นราศีแห่งธาตุดิน มีดาวพุธเป็นดาวประจำราศี และที่สำคัญยังถือเป็นเทพแห่งพืชพรรณ จึงเหมาะแก่การปลูกผักสวนครัวชนิดที่มีใบเป็นแฉก ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ หรือมีขนาดลำต้นค่อนข้างเล็ก ซึ่งจะส่งผลดีที่สุดกับชาวราศีนี้หากเป็นพืชที่มีธาตุโพแทสเซียมสูงและช่วยลดความเครียดไปพร้อมกัน เช่น แครอท ขิง สะระแหน่ ผักชีลาว และธัญพืช

  • ราศีตุลย์ (23 กันยายน – 22 ตุลาคม)

อีกหนึ่งราศีที่จัดว่าอยู่ในธาตุลม มีดาวศุกร์เป็นดาวประจำราศี ชาวราศีนี้เป็นพวกที่เครียดง่าย ส่งผลให้ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และมีปัญหากับระบบย่อยอาหารอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเหมาะกับการปลูกพืชผักที่กินแล้วช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และบำรุงร่างกายด้วยบรอกโคลี มะเขือม่วง ถั่ว ผักสลัดน้ำ ขิง แครอท กระเทียม และสะระแหน่

  • ราศีพิจิก (23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน)

ราศีพิจิกถือว่าเป็นราศีแห่งธาตุน้ำ มีดาวอังคารเป็นดาวประจำราศี ผักสวนครัวที่ควรนำมาปลูกจึงควรมีหนามแหลมและมีสีแดง หรือพืชพรรณที่กินแล้วช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย อย่างเช่น เห็ด พริก ฟักทอง สะเดา หัวหอม ต้นหอม กระเทียม โหระพา ขิง และผักชี ซึ่งผักสวนครัวเหล่านี้ยังช่วยทำให้รอบเดือนมาเป็นปกติ พร้อมทั้งมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงครรภ์ของคุณแม่ที่ตั้งท้องด้วย

  • ราศีธนู (22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม)

ราศีธนูเป็นราศีที่อยู่ในธาตุไฟ มีดาวพฤหัสบดีเป็นดาวประจำราศี พืชผักสวนครัวที่ชาวราศีนี้จะนำมาปลูกควรมีขนาดใหญ่ เด่นสะดุดตา มีกลิ่นหอม และควรเป็นผักที่ช่วยบำรุงตับและประกอบด้วยธาตุซิลิกาสูง อย่างเช่น หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ ผักสลัดน้ำ โป๊ยกั๊ก จันทน์เทศ และสะระแหน่

  • ราศีมังกร (22 ธันวาคม – 19 มกราคม)

ราศีแห่งธาตุดินอย่างราศีมังกรและมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำราศี ต้องปลูกผักที่มีพื้นผิวตะปุ่มตะป่ำและมีกลิ่นฉุน เน้นพืชพรรณที่เจริญเติบโตช้าและมีอายุยืนยาว ที่สำคัญควรเป็นพืชที่มีแคลเซียมสูง เพื่อบำรุงหัวเข่า ข้อต่อ กระดูก และฟัน ได้แก่ ผักโขม เห็ด บีท หัวผักกาด และธัญพืชต่าง ๆ

  • ราศีกุมภ์ (20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์)

ราศีกุมภ์ถือว่าเป็นหนึ่งในธาตุลม มีดาวยูเรนัสเป็นดาวประจำราศี เหมาะกับการปลูกผักที่อุดมไปด้วยน้ำหรือปลูกในน้ำ เพื่อบำรุงระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และบำรุงระบบหายใจ ได้แก่ ผักโขม ผักกาด มะเขือเทศ เห็ด ถั่ว มันฝรั่ง และกานพลู

  • ราศีมีน (19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม)

ราศีมีนจัดว่าอยู่ธาตุน้ำ มีดาวพฤหัสบดีเป็นดาวประจำราศี ซึ่งเป็นราศีที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มักมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง และอวัยวะส่วนล่างบ่อย ฉะนั้นพืชผักสวนครัวที่ควรปลูกจึงต้องมีลักษณะผลหรือลำต้นใหญ่ เป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างหายาก และมักขึ้นอยู่ตามริมชายฝั่งทะเล ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด มะเขือเทศ ผักสลัดน้ำ จิงจูฉ่าย จันทน์เทศ และกานพลู

ที่มา : https://home.kapook.com

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

 

โครงการห่มดิน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในด้านต่างๆ มีมากมายเหลือคณา โดยเฉพาะ ด้านการเกษตร พระองค์ไม่เคยหยุดทรงคิด ริเริ่ม โครงการห่มดิน เพราะดิน คือจุดเริ่มต้นรน ของผลผลิตที่ดี

ดิน (Soil) ถือเป็นเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งเคียงคู่กับ “น้ำ” ในการทำเกษตร ต่อให้มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่มีดินที่เลว กล่าวคือ โครงสร้างแน่น อัดตัวเป็นก้อน ปราศจากซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช ก็เป็นการยากต่อการปลูกพืชไม่ว่าพืชชนิดใดๆ

การห่มดิน คืออะไร การห่มดิน คือ เป็นการป้องกันการระเหยของความชื้นที่อยู่ในดิน และเป็นที่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จุลินทรีย์ชอบอยู่ในที่มืดที่มีความชุ่มชื้น ซึ่งจะทำให้จุลินทรีย์ทำงานและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะทำให้ดินมีความสมบูรณ์


การห่มดิน เป็นวิธีการป้องกันหญ้าที่ขึ้นในพื้นที่เราได้ด้วย เพราะหญ้าโดนคลุมไว้ก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้

การห่มดิน เป็นวิธีการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน หรือเป็นการปรับปรุงดินก่อนการเพาะปลูก ดินที่ดีสังเกตจะมีเชื้อราเกิดขึ้น และต้องใช้ร่วมกับ น้ำหมักชีวภาพ จะทำให้ดินมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปลูกหญ้าแฝกด้วย ใบแฝกก็ตัดมาห่มดินได้ ก็เป็นการดี

การห่มดินเพื่อให้จุลินทรีย์ในดินมีความอุดมสมบูรณ์ ถ้าเปลือยดินไว้จะทำให้จุลินทรีย์ตาย ต้นไม้จะไม่สามารถเจริญเติบได้

นักวิชาการเสริมอีกว่า การรักษาดินโดย (1) ไม่ซ้ำเติมดินคืนจุลินทรีย์ให้ดินช่วยปลุกพระแม่ธรณีคืนชีพ (2) ต้องมีความเข้าใจในพื้นที่แต่ละแห่งแล้วลงมือทำอย่างมีความหวังใบไม้แห้งกิ่งไม้แห้งที่ล่วงหล่นยามแล้งอย่ากวาดออกไปปล่อยให้ล่วงหล่นมาห่มดินให้ค่อยๆเรียกความชื้นเพิ่มขึ้นมา(3) ยามที่ฝนฟ้าคะนองเทน้ำมาให้ก็จำบังหน้าดินไม่ให้ถูกกระแทกอย่างรุนแรง แถมยังกักเก็บน้ำไว้ให้หน้าดินได้นาน (4) เมื่อมีความชื้นความอบอุ่นเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อยก็จะมาอาศัยอยู่สร้างกิจกรรมตามธรรมชาติแล้วจะนำมาการฟื้นแผ่นดิน ต่อมามีการศึกษาเรียนรู้ต่อยอดจากประสบการณ์นำแนวคิดการทำเกษตรผสมผสานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาปรับใช้ โดยการปรับคุณภาพดินด้วยการ “ห่มดิน” ด้วยฟางข้าว เป็นต้น เพื่อทำให้ดินมีชีวิต การรักษาไม้ยืนต้นเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่สวน และเสริมพันธุ์ไม้ใหม่ที่เหมาะสมกับพืชเดิมที่มีอยู่ ด้วยแนวคิดการปลูกพืช 5 ระดับ คือ พืชใต้ดิน พืชเลื้อย พืชพ้นดิน พืชยืนต้นระดับกลาง และไม้ยืนต้นระยะยาว ในพื้นที่เดียวกัน

โครงการห่มดิน

องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้าของชาวไทย มีแนวพระราชดำริที่สำคัญหลายโครงการในด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน “ทรงเป็นปราชญ์แห่งน้ำและดินแห่งโลก” ปี 2013 (พ.ศ.2556) ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติมีมติประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันดินโลก” และในปี 2015 (พ.ศ.2558) กำหนดให้เป็น “ปีแห่งดินสากล” วันนี้มาต่อในเรื่องแนวพระราชดำริ “โครงการห่มดิน”

ดินเป็นปัจจัยสำคัญในการกสิกรรม

ดิน (Soil) ถือเป็นเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งเคียงคู่กับ “น้ำ” ในการทำเกษตร ต่อให้มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่มีดินที่เลว กล่าวคือ โครงสร้างแน่น อัดตัวเป็นก้อน ปราศจากซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช ก็เป็นการยากต่อการปลูกพืชไม่ว่าพืชชนิดใดๆ ดินจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ หรือ “การกสิกรรม” หรือ “การเกษตรกรรม” การพัฒนารักษาคุ้มครอง “ดิน” การเพิ่มความอุ้มน้ำให้แก่ดิน เช่น การเติมอินทรียวัตถุให้แก่ดินเศษวัชพืช แกลบดิบ ถ้าประสบพบเจอกับอากาศที่หนาวเย็น แห้งแล้งก็ต้องรู้จักรักษาดิน [4] รักษาความนุ่มชุ่มชื้นจากอินทรียวัตถุจากตอซังฟางข้าว หรือเศษซากใบอ้อย ซึ่งรวม ๆ การกระทำดังกล่าวเป็นไปตามหลัก “กสิกรรมธรรมชาติ” หรือ “หลักการเกษตรชีวภาพ” 3 ประการคือ (1) การเลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช (2) การปรุงอาหารเลี้ยงดิน และ (3) การห่มดิน

ในหลวงทรงให้ความรู้เรื่องการห่มดิน

เพราะจะทำให้มีความชื้นค่อยๆ เกิดขึ้นที่หน้าดิน ในหลวงทรงรับสั่งให้ “ห่มดิน อย่าเปลือยดิน” [6] การทำให้โคนเตียนด้วยการถากเท่ากับเป็นการเปลือยดิน ทางที่ดี หากมีแรงจ้างตัดหญ้า น่าจะดี เพราะหญ้าที่ตัดจะเป็นอินทรียวัตถุให้ดินย่อยเป็นปุ๋ย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการดูแลและรักษาดินอีกทางหนึ่ง นั่นคือ “การห่มดิน” เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น จุลินทรีย์ทำงานได้ดี อันจะส่งผลให้ดินบริเวณนั้นทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดแร่ธาตุ ทั้งนี้การห่มดินมีอยู่ด้วยกันหลายวิธีการ เช่น ใช้ฟางและเศษใบไม้มาห่มดินหรือวัสดุอื่นตามที่หาได้ตามสภาพทั่วไปของพื้นที่, การใช้พรมใยปาล์ม (wee drop) ซึ่งทำมาจากปาล์มที่ผ่านการรีดน้ำมันแล้ว เริ่มจากการนำทะลายปาล์มมาตะกุยให้เป็นเส้น ๆ ก่อนจะเอาไปอัดให้เป็นแผ่นเป็นผ้าห่มดิน นอกจากประโยชน์ที่กล่าวไปแล้ว การห่มดินยังจะช่วยคลุมหน้าดินไม่ให้วัชพืชขึ้นรบกวนต้นไม้พืชหลักอีกด้วย หนาวแค่ไหนไม่กลัว

“วันดินโลก (World Soil Day)”

คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันสำคัญที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลก 60,000 คน จะเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี ซึ่งนักปฐพีวิทยาของไทยทุกคนภาคภูมิใจ เนื่องจากวงการปฐพีวิทยานานาชาติ มีฉันทานุมัติเลือกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันดินโลก และนักปฐพีวิทยาของไทยมีส่วนร่วมในการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

การเกิดขึ้นของ “วันดินโลก (World Soil Day)” มีความเกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Science : IUSS) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) และองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) จึงควรบันทึกจุดเริ่มต้นและความเป็นมาของ “วันดินโลก” เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รับทราบอย่างถูกต้อง


IMAGE : องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ข้อมูลที่มา : โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15/ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

 

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-

 

“ห่มดิน” ด้วยฟางข้าว คืนของขวัญให้ดิน

“ห่มดิน” ด้วยฟางข้าว เพื่อทำให้ดินฟื้นสภาพนอกจากนั้นเป็นการฟื้นธาตุอินทรีย์ให้ดินแล้ว Continue reading

ประกาศแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส”

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแบน “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” ขึ้นบัญชีวัตถุอันตราย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป

ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2563 โดยให้ใช้รายการตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศฉบับนี้แทน

“พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” สารเคมีทั้ง 2 ชนิดจะเป็นวัตถุอันตรายห้ามครอบครอง เมื่อถึงกำหนด อาจจะเททิ้งเพราะหากนำไปคืนร้านค้าต้องเสียค่ารถและร้านค้าก็ไม่คืนเงินที่ซื้อไปด้วย โดยผู้จำหน่ายแจ้งว่า ไม่มีมาตรการออกมาเช่นกันว่า เมื่อทางร้านค้าไปคืนแก่บริษัทผู้นำเข้าและผู้ผลิตจะได้เงินคืน จึงทำได้เพียงรับสารเคมีจากเกษตรกรไว้ แต่ไม่คืนเงิน

 

คลอร์ไพริฟอส-เมทิล คืออะไร?

คลอร์ไพริฟอส-เมทิล (chlorpyrifos-methyl) ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข ที่นำมาเพื่อประโยชน์แก่การระงับ ป้องกัน ควบคุม ไล่ กำจัดแมลงและสัตว์อื่น. คลอร์ไพริฟอส-เมทิล

ทำไม ??? ถึงแบน

ข้อมูลความเป็นอันตรายตามระบบ GHS (อ้างอิงจาก Annex VI of CLP Regulation)

อาจทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนัง
เป็นพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และมีผลกระทบระยะยาว
ข้อ 1 ให้ยกเลิกรายการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ในบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ดังต่อไปนี้ โดยให้ใช้รายการตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายแนบท้ายประกาศฉบับนี้แทน

บัญชี 1 ที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ

บัญชี 1.1 รายชื่อสารควบคุม

ลำดับที่ 53 คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos)
ลำดับที่ 54 คลอร์ไพริฟอส-เมทิล (chlorpyrifos-methyl)
ลำดับที่ 352 พาราควอต (paraquat)
ลำดับที่ 353 พาราควอตไดคลอไรด์ (paraquat dichloride)
ลำดับที่ 354 พาราควอตไดคลอไรด์

ข้อ 2 ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามประกาศฉบับนี้ ที่ได้ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

ข้อ 3 ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ไร่เทพดีกว่าอย่างไร?
+ สูตรผงนาโน
+ คุณภาพระดับสากล
+ ปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
+ อาหารเสริมพืชผักผลไม้
+ ฮิวมิคและกรดอะมิโน ที่เป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติ 100%
+ ช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็ว
+ ต้านทานต่อโรคและแมลง
+ ปรับปรุงดิน
+ ง่ายต่อการใช้งาน
+ จัดเก็บง่าย สะดวกต่อการพกพา
+ 1 ซอง ใช้ได้ 3-5 ไร่ ผสมน้ำได้ 100 – 200 ลิตร
+ ลดการใช้ปุ๋ยได้มากกว่า 70%
+ ลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้แก่เกษตรกร
+ สินค้าเกษตรอินทรีย์ ไร่เทพ

.
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สารที่เป็นส่วนผสมสำคัญ
1. สารฮิวมิค (Humus หรือ Humic Substance )
2. ฟูลวิค แอซิด (Fulvic Acid)
3. อะมิโนจากสาหร่ายทะเล
4. อะมิโนจากเลือดปลา
5. สารพิเศษจากอิสราเอล
6. สารในกลุ่มอาหารพืชอื่นๆ
😊ไร่เทพ คุณภาพขั้นเทพ
สอบถามข้อมูล-เทคนิคการปลูกพืชชนิดต่างๆ เรามีทีมส่งเสริมการขายที่เชี่ยวชาญ พร้อมตอบคำถามเกษตรกรตลอดเวลา
🌾👀🌾🍅🍆🌽🍄🌰 🍇🍈🍉🍊🍋🍌🍍🍎🍏🍐
—————————-
Tel. : 098-280-8200
—————————-